พิธีกรรม

พิธีส่ง

ส่ง คือการทำพิธีสังเวย เพื่อส่งเครื่องบริโภคเครื่องบูชาไปถึงผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติ เมื่อคนหรือบ้านเมืองประสบเคราะห์กรรม ซึ่งไม่อาจจะรักษาหรือแก้ไขได้ตามปกติ เชื่อกันว่าผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติเป็นผู้ทำให้เกิดเคราะห์กรรมนั้น จึงส่งเครื่องสังเวยบูชาไปให้เพื่อขอความเมตตาช่วยให้คนหายจากการเจ็บป่วย พ้นจากความทุกข์ ช่วยให้บ้านเมืองพ้นจากภัยพิบัติต่างๆ

พิธีส่งมีหลายอย่าง พิธีส่งบางพิธีมีพิธีกรรมที่คล้ายกันแต่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ในที่นี้จะขอกล่าวถึงพิธีส่งที่ชาวบ้านยังทำกันอยู่ในปัจจุบันเพื่อเป็นตัวอย่างเท่านั้น อุปกรณ์สำคัญที่ใช้สำหรับส่ง คือ สะตวง (กะบะบัตรพลี) ทำด้วยกาบกล้วย ใส่อาหาร แต่เป็นของสมมติไม่ใช่อาหารสำหรับคน เช่น นำใบพืชที่มีรสเปรี้ยวมาสับ สมมติว่าเป็นแกงส้ม นำใบผักหวานมาสับ สมมติว่าเป็นแกงหวาน เป็นต้น

  • พิธีส่งกิ่ว
  • พิธีส่งเข็ญ
  • พิธีส่งหาบ ส่งคอน
  • พิธีส่งผีเข็ญ
  • พิธีส่งแถน
  • พิธีส่งผี
  • พิธีส่งเคราะห์


  • พิธีส่งกิ่ว

     กิ่ว คือ ลักษณะสิ่งที่คอดเล็ก ในที่นี้หมายถึงชะตาชีวิตของคน หรือชะตาของบ้านเมือง ที่ตกอับ เกิดสิ่งเลวร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดขึ้นเพราะสิ่งใด เชื่อกันว่าเกิดขึ้นเพราะอำนาจเหนือธรรมชาติ จึงมีการทำพิธีส่งเครื่องสังเวยบูชาไปให้ เพื่อให้คนๆ นั้นหรือบ้านเมืองพ้นจากการคอดกิ่ว

    เครื่องทำพิธีส่งกิ่ว
    มีสะตวง (ทำด้วยกาบกล้วย 1 อัน กว้าง 1 ศอก) ใส่เครื่องพิธี มีดอกไม้ธูปเทียน รูปปั้นหญิงสาว 2 คนปั้นด้วยข้าวแป้ง (ข้าวดิบที่แช่น้ำแล้วนำมาตำให้ละเอียด)หรือดินเหนียวปั้นเป็นรูปสัตว์บก เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย เป็ด ไก่ หมู หมา อย่างละ 12 ตัว ปั้นเป็นรูปสัตว์น้ำ เช่น ปู ปลา หอย กุ้ง อย่างละ 12 ตัว ปั้นเป็นรูปยักษ์ 1 ตน หัวของยักษ์มีมากหรือน้อยตามเดือนที่ทำพิธีส่ง เช่น ถ้าส่งเดือน 7 หัวยักษ์มี 7 หัว ถ้าส่งเดือน 12 หัวยักษ์มี 12 หัว และใส่เนื้อดิบ ปลาดิบ ลาบ แกงอ่อม แกงส้ม แกงหวาน ข้าวต้ม ขนม มีธงสามเหลี่ยมขนาดเล็ก สีแดง สีเหลือง สีดำ อย่างละ 12 อัน มีห่อเงิน ห่อทองคำ พันธุ์พืชต่างๆ เมื่อเตรียมเครื่องพิธีเสร็จแล้วขอให้อาจารย์ประจำหมู่บ้านมากล่าวคำโอกาส (คำโองการ) เสร็จแล้วนำสะตวงส่งออกไปทางทิศตะวันตก

    สะตวงกาบกล้วยในพิธีส่งกิ่ว




    พิธีส่งเข็ญ

    "เข็ญ" มาจากคำว่ายากเข็ญ หรือยากจนเข็ญใจ คนสมัยก่อนเมื่อเกิดมีเคราะห์มีภัยบ่อยครั้ง ไม่มีความสุขสบาย มักจะเสียข้าวของเงินทอง สิ่งที่ไม่ควรเสียก็เสีย เชื่อว่าชะตาตกทุกข์เข็ญ จึงต้องทำพิธีบูชาเข็ญ เมื่อได้บูชาแล้วเชื่อว่าจะพ้นจากความทุกข์ยากแสนเข็ญ เกิดลาภเกิดยศ มั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ ใน 1 เดือนจะมีโอกาสทำพิธีส่งเข็ญได้เพียงครั้งเดียว คือในวันขึ้น 3 ค่ำเท่านั้น

    ในตำรากล่าวว่า เมื่อประมาณ พ.ศ.2270 / A.D.1727 เจ้าองค์คำ ผู้ครองเชียงใหม่ ได้ทำพิธีส่งเข็ญหลวง โดยจัดพิธีขึ้นที่วัดเกตุการาม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ด้วยอานุภาพของการส่งเข็ญท่านจึงได้ครองเมืองเชียงใหม่อยู่หลายปี

    เครื่องและวิธีส่ง
    การแต่งเครื่องส่งเข็ญมีดังนี้ นำข้าวสุกและอาหาร หมาก เหมี้ยง (เมี่ยง) พลู ยา กล้วย อ้อย มาห่อเป็นจำนวน 4 ห่อ เอากระดาษหรือใบลาน เขียนชื่อท่าน (ไม่ทราบว่าเป็นผี หรือเทวดา) 4 ชื่อ เอาผูกติดกับห่อข้าวห่อละ 1 ชื่อ
    ห่อที่ 1 เขียนว่า "ห่อนี้ฝากไปหา อ้ายเลิกเคิก"
    ห่อที่ 2 เขียนว่า "ห่อนี้ฝากไปหา อ้ายลักคัก"
    ห่อที่ 3 เขียนว่า "ห่อนี้ฝากไปหา อ้ายดังหัก คางว้าม"
    ห่อที่ 4 เขียนว่า "ห่อนี้ฝากไปหา ย่าดำดำดั่งแร้งกา พาเคราะห์เข็ญมาใกล้"

    ห่อข้าวสำหรับส่งเข็ญ


    เมื่อจัดทำห่อข้าวแล้ว ให้ทำสะตวงกาบกล้วยเป็นกะบะรูปสี่เหลี่ยม กว้างยาวประมาณ 30 ซม. ในสะตวงใส่เทียน 2 เล่ม ข้าวตอกดอกไม้ แล้วเอาห่อข้าวทั้ง 4 ห่อใส่ในสะตวง เอาสะตวงใส่ในตะกร้าไม้ไผ่ ผูกเชือกที่ปากตะกร้านำไปแขวนกับกิ่งไม้ที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเรือน จากนั้นจึงกล่าวคำโอกาสด้วยตัวเองถ้ากล่าวได้ ถ้ากล่าวไม่ได้ให้ขออาจารย์หรือหมอประจำหมู่บ้าน มาช่วยกล่าวคำโอกาสให้

    ห่อข้าวในสะตวงใส่ตะกร้าแขวนกับกิ่งไม้


    พิธีส่งผีเข็ญ

    บุคคลหรือครอบครัวใด มีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตนเองหรือครอบครัว หรือมีเหตุที่ต้องเสียเงินทองบ่อยๆ หรือมีกามากินข้าวเปลือกหรือกินข้าวที่แช่ไว้ หรือกาบินผ่านบ้านผ่านเรือน หรือเห็นสัตว์ป่าเข้ามาในบ้านในเรือน ก็ตาม เมื่อมีเหตุหรือเห็นสิ่งที่กล่าวมาแล้ว เชื่อกันว่าจะทำให้เกิดความทุกข์เข็ญความยุ่งยากขึ้นในครอบครัว คนโบราณจึงให้ทำพิธีส่งผีเข็ญ โดยขอให้อาจารย์ประจำหมู่บ้านเป็นผู้มาประกอบพิธีที่บนเรือนของผู้ที่จะส่งผีเข็ญ

    อุปกรณ์ที่ใช้ในพิธีส่งผีเข็ญแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เครื่องบูชาครูที่เรียกว่าขันตั้งอาจารย์ มี กรวยหมาก กรวยพลู กรวยดอกไม้ เบี้ย หมาก เทียนขนาดเล็ก 4 คู่

    เครื่องส่ง
    มี แพทำด้วยต้นอ้อ ขนาดกว้างประมาณ 50 ซม. ยาวประมาณ 1 เมตร สะตวงกาบกล้วยทำเป็นรูปกะบะสี่เหลี่ยม ขนาด 6x6 นิ้ว 4 อัน ของที่ใส่ในสะตวง มี แกงส้ม แกงหวาน ผลไม้ต่างๆ ช่อ ธง เทียน ดอกไม้ ใบตองกล้วย ขนาดประ-มาณ 6x6 นิ้ว 4 แผ่น น้ำจากลำห้วย 3 แห่ง หรือ จากบ่อ 3 บ่อ 1 ขัน

    สะตวงวางบนแพต้นอ้อลอยไปตามน้ำ


    เมื่ออาจารย์ผู้ประกอบพิธีมาถึง เจ้าของบ้านที่จะส่งผีเข็ญ ประเคนขันครู อาจารย์ยกขันครูขึ้นระดับหน้าผาก แล้วกล่าวคำขึ้นครู หลังจากนั้นเอาใบ ตองกล้วย 4 ใบ มาลงอักขระ แล้วเอาวาง 4 มุมของแพต้นอ้อ เอาสะตวงที่บรรจุเครื่องครัววางทับใบตอง จากนั้นอาจารย์เสกมนต์เป่าลงไปที่สะตวง 7 ครั้ง แล้วให้คนนำแพที่บรรจุสะตวงไปลอยที่แม่น้ำ หรือในลำเหมือง ถ้าเป็นแม่น้ำหรือลำเหมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเรือนเจ้าของเครื่องบูชายิ่งดี เมื่อคนที่นำแพไปลอยน้ำเดินทางกลับห้ามหันหลังกลับไปดู

    ในระหว่างที่ให้คนนำแพสะตวงไปลอยนั้น อาจารย์ทำน้ำมนต์ด้วยน้ำ 3 ห้วย หรือ 3 บ่อ แล้วเอายอดของใบหนาด 3 ยอดจุ่มน้ำมนต์ประพรมให้กับผู้ส่งผีเข็ญ เป็นอันว่าเสร็จพิธี


    พิธีส่งแถน

    ส่งแถน เรียกได้หลายชื่อ มี "ส่งกำเนิด" "ส่งวานเกิด" "ส่งพ่อเกิดแม่เกิด" คือการส่งเครื่องบูชาไปถึงพ่อเกิดแม่เกิด เชื่อกันว่าที่มนุษย์ได้เกิดกันมาทุกวันนี้ เพราะพ่อและแม่เก่าในชาติก่อนส่งให้มาเกิด เมื่อส่งให้มาเกิดแล้วเกิดความคิดถึงบุตรที่ส่งมา แล้วคิดอยากจะได้บุตรคืน จึงได้บรรดาลโรคภัยต่างๆ ให้เกิดขึ้นกับเด็กทารก เพื่อให้เด็กทารกนั้นเสียชีวิต และจะได้นำดวงวิญญาณดวงนั้นกลับไปอยู่กับตน

    เมื่อเกิดมีการเจ็บป่วยขึ้นกับมารดาระหว่างที่ตั้งครรภ์ หรือเกิดการเจ็บป่วยขึ้นกับเด็กหลังจากที่คลอดออกมาแล้ว วิธีหนึ่งที่จะทำให้มารดาหรือเด็กหายจากการป่วยมีชีวิตอยู่รอดได้ คือการแต่งเครื่องบูชาถวายให้กับพ่อเกิดแม่เกิด เชื่อกันว่าเมื่อพ่อเกิดแม่เกิดได้รับเครื่องเซ่นไหว้บูชาเหล่านั้นแล้วจะใจอ่อนและสงสารไม่ตามเอาลูกคืน ในเครื่องบูชาเหล่านั้นยังมีการหลอกพ่อเกิดแม่เกิดด้วย คือมีการปั้นรูปจำลองของเด็กใส่ไปด้วยบอกว่าเป็นลูกที่พ่อเกิดแม่เกิดต้องการ และได้ส่งมาให้แล้ว เมื่อพ่อเกิดได้รับหุ่นจำลองนั้นก็จะเชื่อว่าเป็นลูกของตน จะไม่มารังควานทวงลูกคืออีกต่อไป

    วิธีส่งกำเนิด ให้ทำสะตวงหยวกกล้วย 1 สะตวง กว้าง 1 คืบ ใส่แกงส้ม แกงหวาน พร้าวตาล กล้วยอ้อย ลูกส้มลูกหวาน (ผลไม้) ข้าวต้มข้าวหนม (ขนม) หมากพลู เหมี้ยง (เมี่ยง) บุหรี่ อาหาร ช่อขาว(ธงสามเหลี่ยมขนาดเล็ก) เทียน ดอกไม้ อย่างละ 4 แล้วเอาข้าวแป้งมาคลึงร่างกายของเด็กทารก จากนั้นนำมาปั้นเป็นรูปคน 1 คน และปั้นรูปสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่ง เปลี่ยนไปตามอายุของเด็ก ใส่ในสะตวง

    ผู้เฒ่า ผู้แก่ ญาติพี่น้อง ช่วยกันแต่งดาเครื่องสะตวง


    จากนั้นขอให้อาจารย์ในหมู่บ้านมาประกอบพิธี เมื่ออาจารย์กล่าวคำโอกาสเสร็จแล้ว ยกสะตวงส่งออกไปไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเรือนผู้ป่วย สำหรับทิศที่นำสะตวงออกไปวางจะเปลี่ยนไปตามอายุของเด็กด้วย

    อาจารย์กำลังทำพิธีส่งแถน


    พิธีส่งผี

    เมื่อมีคนในครอบครัวเจ็บป่วย เช่น เป็นไข้ไม่รู้จักหาย หรือมักเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ เป็นต้น จึงคิดกันว่าเป็นเพราะผีมาทำให้เป็น แต่ไม่รู้ว่าเป็นผีเรือน ผีทุ่งนา ผีอารักษ์ หรือผีชนิดไหน ดังนั้นญาติของผู้ป่วยจึงต้องไปหาอาจารย์ประจำหมู่บ้านช่วยดูให้ว่าผีที่มาทำให้เจ็บอยู่ทางทิศใด

    เมื่อรู้ว่าจะต้องส่งผีทางทิศไหนแล้ว จึงแต่งเครื่องบัตรพลี เครื่องส่งผี ทำสะตวงกาบกล้วยเป็นกะบะสี่เหลี่ยม ใส่ข้าวปลาอาหาร ข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียน กล้วย อ้อย พร้าวตาล แกงส้ม แกงหวาน เนื้อดิบ ธง ฉัตร เอาดินเหนียวปั้นเป็นรูปคล้ายคน 1 คน ใส่ในสะตวงครบแล้ว ให้อาจารย์ประจำหมู่บ้านมาทำพิธีส่งผี ทำพิธีบนเรือนของผู้ป่วย และส่งไปตามทิศที่หมอแนะนำ คำที่อาจารย์ประจำหมู่บ้านใช้กล่าวโอกาสมีว่า

    ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวว่า "ผีสรรพว่าผี กูก็บ่รู้จักชื่อสูเจ้าทังหลาย บัดนี้หมอทักทายว่า ผู้มีชื่อว่า (ชื่อผู้ป่วย) ได้ไปถูกผีทางทิศ... (บอกทิศ) บัดนี้ก็มีสะตวงอัน 1 มีเครื่องอย่างละ (บอกจำนวนของที่ใส่ว่าอย่างละเท่าใด เช่น เครื่อง 4 เครื่อง 8 เป็นต้น) มีชิ้นดิบบ่แกง ชิ้นแดงบ่ต้ม ทึงแกงส้มและแกงหวาน และมีช่อและรูป (บอกชื่อผู้ป่วย) งามเทียมแทก จักแลกคนตูนี้ไว้ คนตูนี้เป็นข้าพระมหากษัตริย์ คันกูขับก็หื้อสูกว่า คันกูว่าก็หื้อสูหนี หื้อถอดถอนสรรพพิษ สรรพภัย ออกไปกาลวันนี้ยามนี้ แด่เทอะ"

    สะตวงที่ส่งแล้ววางบนรั้วบ้าน


    พิธีส่งเคราะห์

    สิ่งใดที่เป็นสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับคน เกิดขึ้นกับสิ่งของอันเป็นสมบัติ สิ่งที่ไม่ควรเสียก็เสีย สิ่งที่ไม่ควรเจ็บก็เจ็บ อย่างนี้เรียกว่าเป็นเพราะเคราะห์นำกรรมแต่ง เชื่อกันว่าเคราะห์เกิดขึ้นได้เพราะมีผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้น จึงมีพิธีส่งเคราะห์คือการแต่งเครื่องบูชาและเครื่องอุปโภคบริโภคใส่ในกะบะกาบกล้วย เรียกว่า "สะตวง" ไปให้แก่ผู้มีอำนาจนั้น เคราะห์ที่เกิดขึ้นจึงจะหายไป พิธีส่งเคราะห์ร้ายมีหลายเคราะห์ เช่น "เคราะห์นรา" "เคราะห์ปีใหม่" "เคราะห์ชนหลังชนหน้า" "เคราะห์ 3 ชั้น" หรือ "อัฐเคราะห์" เป็นต้น

    พิธีส่งอัฐเคราะห์


    พิธีส่งหาบ ส่งคอน

     "หาบ" คือไม้คานสอดภาชนะสานด้วยไม้ไผ่รูปตระกร้าไว้ข้างละ 1 ใบ"คอน" คือไม้คานสอดตระกร้าไว้ข้างเดียว ในภาชนะสานคล้ายตระกร้าของหาบและคอนบรรจุด้วยเครื่องส่ง หรือเครื่องสังเวยบูชา มีดอกไม้ ธูปเทียน กล้วย อ้อย มะพร้าว ข้าวปลาอาหาร ขนม แต่ละอย่างตัดเป็นชิ้นเล็กๆ และใช้ดินเหนียว หรือข้าวแป้ง ปั้นรูปชายหญิง ปั้นรูปสัตว์เลี้ยงอย่างละ 1 ตัวใส่ไปด้วย

    พิธีส่งหาบ ส่งคอน ทำเมื่อเด็กที่มีอายุระหว่าง 1-10 ป ี มีอาการป่วยไข้ไม่รู้จักหาย โดยไม่ทราบสาเหตุว่าป่วยด้วยโรคใด มีร่างกายอ่อนแอ ไม่แข็งแรง อาจารย์ประจำหมู่บ้านจะทำพิธีส่งหาบส่งคอนในตอนเย็น ณ ที่ห้องโถงกลางเรือน โดยวางหาบและคอนไว้ตรงกลาง ให้เด็กที่ป่วยนั่งอยู่ตรงหน้าอาจารย์ จากนั้นอาจารย์กล่าวคำโอกาส (คำโองการ) ในคำโอกาสกล่าวถึงขอส่งเครื่องสังเวยไปให้พ่อเกิดแม่เกิดของเด็กในชาติก่อน ขอร้องอย่าได้เอาชีวิตเด็กคนนี้ไป และขอให้พ่อเกิดแม่เกิดช่วยให้เด็กหายจากการป่วยไข้ อยู่ด้วยความสุขสบายด้วย เมื่อจบคำโอกาสจึงให้ผู้ชายนำเอาหาบและคอนส่งออกไปวางให้พ้นเขตบ้าน อาจารย์ใช้ด้ายสายสิณล์ผูกข้อมือให้เด็ก เป็นอันเสร็จพิธีสำหรับวันนั้น แต่ต้องทำพิธีดังกล่าว 3 วันติดต่อกัน จึงจะสมบูรณ์ของการส่งหาบส่งคอน

    พิธีส่งหาบ ส่งคอน


    พิธีกรรม
  • พิธีถอน
  • พิธีส่ง
  • พิธีดื่มน้ำสัจจะ (ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา)
  • พิธีราชาภิเษก
  • พิธีสังฆาภิเษกหรือเถราภิเษก
  • พิธีสืบชะตาหลวง
  • พิธีพุทธาภิเษก


  • เพื่อความสวยงามในการชมเว็บไซต์ ควรปรับขนาดหน้าจอ 800 x 600 pixels และ Text Size ขนาด Medium