ประเพณี 12 เดือน

ประเพณีเดือน 12 (กันยายน)


ประเพณีทำบุญอุทิศให้เปรต

คนในล้านนามีความเชื่อต่อกันมาว่า เมื่อถึงวันเดือน 12 เพ็ญ ผู้เป็นใหญ่ของชาว เปรตจะมีการปล่อยพวกเปรตออกมาจากเขตกักกัน เพื่อให้มารับของอุปโภคบริโภคจากญาติพี่น้อง มีกำหนด 24 ชั่วโมง คือ 1 วัน กับอีก 1 คืน ดังนั้นในช่วงเช้าชาวบ้านจะนำเอาอาหารคาวหวานไปถวายทาน ให้พระภิกษุที่วัด เพื่ออุทิศไปให้แก่ญาติพี่น้องที่ตายไปเป็นเปรต และในช่วงบ่ายจะนำข้าวปลาอาหารและข้าวของเครื่องใช้ไปเป็น กัณฑ์เทศน์ เพื่ออุทิศให้กับญาติเปรตอีกครั้งหนึ่ง

พวกเปรตที่ไม่มีญาติทำบุญไปให้ จะวนเวียนหาของทานตั้งแต่ เช้าจนถึงกลางคืน เปรตที่ยังไม่ได้รับส่วนบุญจะ สาปแช่งญาติของเขาให้ฉิบหายวายวอด ส่วนเปรตที่ได้รับส่วนบุญแล้วจะมีความสุขยิ้มแย้มร่าเริง


ประเพณีชนกว่าง

กว่าง เป็นชื่อเรียกด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง กว่างออกจากตัวด้วงในดินประมาณเดือนกรกฎาคม บินออกหากินและผสมพันธุ์ในเวลากลางคืน เกาะอยู่ตามต้นไม้เครือเถา เมื่อผสมพันธุ์แล้วกว่างตัวเมียจะวางไข่ในดินก่อนที่ ตัวแม่จะตายกว่างตัวผู้มีเขาล่างและเขาบนยื่นออกไปข้างหน้า และโค้งเข้าหากัน ตอนปลายเขาแยกเป็น 2 แฉก ตัวเมียไม่มีเขา ชอบกินน้ำหวานจากอ้อย กล้วยน้ำว้า เป็นต้น

กว่างที่มีลำตัวใหญ่ มีเขายาวเรียกว่า "กว่างโซ้ง" กว่างที่มีลำตัวเล็กลงหน่อย มีเขาสั้นกว่ากว่างโซ้งเรียกว่า "กว่างแซม" และกว่างที่มีขนาดเล็กลงอีกมีเขาสั้น เขาบนสั้นกว่าเขาล่างเรียกว่า "กว่างกิ" กว่างตัวเมียเรียก "กว่างอีดุ้ม" หรือ "อีมูด" มีคำซอชื่อของกว่างกล่าวไว้ว่า

" กว่างกิกว่างโซ้ง กว่างแม่เขาแหลม กว่างกิกว่างแซม กว่างแม่อี่ดุ้ม"

กว่างที่คนล้านนานำมาชนกันคือ กว่างโซ้ง เมื่อได้ตัวกว่างมาแล้วจะปอกอ้อยให้กว่าง ดูดกินน้ำหวาน ใช้เส้นด้ายผูกที่เขากว่าง โดยปลายเส้นด้ายอีกข้างหนึ่ง ผูกติดกับอ้อยซึ่งตัดเป็นท่อนๆ เพื่อไม่ให้กว่างบินหนี และมีการฝึกกว่างให้กลับตัวไปทางซ้ายทางขวา กลับตัวไปด้านหลัง เมื่อฝึกดีแล้วจึงนำไปชนกับกว่างตัวอื่น การเล่นชนกว่างเป็นที่นิยมของคนในล้านนามาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน


ประเพณีกินข้าวสลาก

การกินข้าวสลาก ทำกันในฤดูกลางพรรษา ทำกันมากในเดือนกันยายน คนโบราณถือว่า เดือนนี้เป็นเดือนที่อดอยาก จึงมีคนพูดกันว่า

"เดือนกันยา คือ เดือนกลั้นอยาก"

เพราะเดือนนี้ข้าวเปลือกที่เก็บไว้ในยุ้งใกล้จะหมด หรือบางครอบครัวหมดไปแล้วคนที่ยังพอมีข้าวเหลืออยู่ ก็เก็บไว้กินจนกว่าจะเก็บเกี่ยวข้าวใหม่ในปีต่อไป คนที่ต้องซื้อข้าวสารจะหาซื้อยากและมีราคาแพง

เมื่อคนอดอยากก็พากันคิดว่าผีที่เป็นญาติพี่น้องก็คงจะอดอยากเช่นกัน เป็นห่วงคนที่ตายไปว่าจะขาดแคลน เครื่องอุปโภคบริโภค จึงได้รวมกันจัดทำบุญสลากขึ้น โดยจัดหาข้าวปลาอาหารของกินของใช้ไปถวายแก่พระสงฆ์ เพื่ออุทิศส่วนบุญให้แก่ญาติที่ล่วงลับไป โดยไม่จำเพาะเจาะจงแก่ภิกษุหรือสามเณรรูปใดรูปหนึ่ง จึงทำเป็นฉลาก เขียนชื่อผู้เป็นเจ้าของเครื่องไทยทานไปรวมปะปนกันให้พระภิกษุสามเณรจับฉลาก เมื่อพระภิกษุสามเณรจับ ได้ฉลากของผู้ใด ผู้นั้นก็ยก ก๋วยสลาก (เครื่องไทยทาน) ของตนให้แก่พระภิกษุสามเณรรูปนั้น

ต้นสลาก (เครื่องไทยทานขนาดใหญ่) แบ่งออกได้หลายขนาด มีต้นขนาดเล็ก เรียกว่า "ก๋วยซอง" หรือ "ก๋วยน้อย" บางแห่งว่า "ก๋วยขี้ปู๋ม" ทางเชียงรานเรียก สลากอิ้ง สานด้วยตอกไม้ไผ่ (ไม้ไผ่ที่นำมาผ่าเป็นเส้น) เป็นรูปตะกร้าทรงสูง ปล่อยปลายตอกให้พ้นจากตัวตะกร้าขึ้นไป รองด้วยใบตอง ใส่ข้าวปลาอาหาร ลูกไม้ ขนมข้าวต้ม กล้วยอ้อย หมากพลู บุหรี่ จนครบทุกอย่าง แล้วจึงรวบตอกที่พ้นขึ้น ไปผูกติดกันเพื่อปิดปากก๋วย เสียบด้วยกรวยดอกไม้ ติดเงินยอดเพียงเล็กน้อย

ต้นสลากขนาดกลาง บางท้องถิ่นเรียกว่า "ก๋วยสำรับ" ในสมัยโบราณสานด้วยตอกไม้ไผ่ เช่น "ก๋วยตีนช้าง" "เพียด" "พ้อม" เป็นต้น ในระยะต่อมาภายหลังบางท้องถิ่นใช้กะละมัง และถังน้ำแทนการสานด้วยไม้ไผ่ แล้วใส่ข้าวปลาอาหาร ผลไม้ เช่นเดียวกับสลากขนาดเล็ก แต่จำนวนข้าวของมีมากกว่า เงินที่ติดเป็นยอดก็มากกว่าด้วย





ต้นสลากโชค ภาชนะที่ใช้เป็นต้นสลากบรรจุของกินของใช้ เป็นเครื่องจักสานมีขนาดใหญ่ เช่น กระบุง ต่อมาใช้กะละมัง ถังเปล โอ่งน้ำ และกระถางดอกไม้ขนาดใหญ่ ใส่ข้าวปลาอาหาร และผลไม้จำนวนมาก ด้านบนตั้งต้นดอกที่ทำจากใบคา หรือฟางข้าว (ต้นคา) เสียบด้วยดอกไม้กระดาษสวยงาม ติดเงินหรือธนบัตรมากพอสมควร

ต้นสลากหลวง หรือ ต้นสลากโชคหลวง ทำขึ้นด้วยวัสดุหลายอย่าง มีหลายลักษณะเช่น รูปสัตว์จำลอง บ้านจำลอง ยุ้งข้าวจำลอง การทำต้นสลากเป็นรูปสัตว์จำลอง จะสานโครงด้วยไม้ไผ่เป็นรูปช้าง หรือรูปม้า แล้วเอาดอกฝ้ายติดประดับเป็นสีขาวทั้งตัว ส่วนบนของรูปสัตว์เหล่านั้นทำเป็นต้นดอก ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้กระดาษ เรียกว่า "ช้างฝ้าย" หรือ "ม้าฝ้าย" ต้นสลากบางท้องถิ่นใช้ไม้ไผ่ทั้งลำแขวนของกิน ของใช้ตั้งแต่ปลายถึงโคน บางท้องถิ่นสร้างเป็นบ้านจำลอง มีข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนครบทุกอย่าง และบางท้องถิ่นสร้างยุ้งข้าวจำลองแล้วใส่ข้าวเปลือก จำนวนหลายถังไว้ข้างในภิกษุสามเณรรูปใดได้รับ ก็ต้องให้ญาติพี่น้องช่วยกันหาบช่วยกันขนกลับวัดกลับบ้านเลยทีเดียว

ความสนุกสนานของการทำบุญสลากโดยเฉพาะหนุ่มๆ สาวๆ คือช่วงที่เจ้าของเครื่องไทยทาน ต้องเดินหาเส้นฉลากของตน ที่ภิกษุสามเณรนำไปวางไว้รอบวิหาร ซึ่งบางครั้งต้องเดินวนไปวนมาหลายรอบกว่าจะพบ



ประเพณี 12 เดือน
  • ประเพณีเดือน 7 (เม.ย)
  • ประเพณีเดือน 11
  • ประเพณีเดือน 3
  • ประเพณีเดือน 8
  • ประเพณีเดือน 12
  • ประเพณีเดือน 4
  • ประเพณีเดือน 9
  • ประเพณีเดือน 1
  • ประเพณีเดือน 5
  • ประเพณีเดือน 10
  • ประเพณีเดือน 2
  • ประเพณีเดือน 6


  • เพื่อความสวยงามในการชมเว็บไซต์ ควรปรับขนาดหน้าจอ 800 x 600 pixels และ Text Size ขนาด Medium