จารึกล้านนา

จารึกเมืองเชียงราย


  • วัดอุทุมพรอาราม พ.ศ.2045
  • วัดเชียงสา พ.ศ.2097
  • วัดผ้าขาวป้าน พ.ศ.2160
  • ดอยตุง พ.ศ.2148
  • วัดดอนยาง พ.ศ.2023


  • วัดอุทุมพรอาราม พ.ศ.2045

    จารึก 1.4.1.1
    วัดอุทุมพรอาราม พ.ศ.2045
    Wat Uthumphon Aram A.D.1502



    จารึก 1.4.1.1 วัดอุทุมพรอาราม พ.ศ.2045 เป็นจารึกบนแผ่นหินทราย ขนาดวัตถุจารึก 52/41/4.0-4.5 ซม. เขียนด้วยอักษรฝักขาม ตัวเลขธรรม ภาษาไทยยวน จารึกในปีจุลศักราช 846 ตรงกับ พ.ศ.2045 ปีเต่าเส็ด เดือน 8 ออก 12 ค่ำ วันอังคาร จารึกมี 1 ด้าน 13 บรรทัด ส่วนบนของจารึกมีลายเส้นตัวเหงา และดวงชะตา ปัจจุบัน อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ฯ เชียงใหม่ มีใจความสำคัญว่า จุลศักราช 849 (พ.ศ.2045) พระมหาเทวีเจ้าอยู่หัว (น่าจะได้แก่พระมารดาของพญาแก้ว ครองราชย์ พ.ศ.2038-2069 พระนาม อโนชา จากเอกสารพับสาวัดป่าเลียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หน้า 113-119 รหัสไมโครฟิล์มสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หมายเลข 79.028.05.002-002 ) มีรับสั่งให้ฝังศิลาจารึกหลักนี้ บันทึกข้อความไว้ว่า ได้ถวายคน 10 ครอบครัวให้อุปัฏฐากพระประธานที่วัดอุทุมพรอาราม ดังความในจารึกว่า

    "…สมเด็จบพิตรพระมหาเทวีเจ้าอยู่หัว หื้ออาชญาแก่น้องพระเป็นเจ้า และเจ้าพวก ญาณคงคา ต้องแต้ม และเจ้าพันข้าวพุด รับอาชญาพระเป็นเจ้า หื้อนายใส ผู้ 1 เจ้าสิบคำ ดาบเรือน ผู้ 1 กำอาชญาพระเป็นเจ้าตนแม่มาถึงเจ้าพันนาหลัง ญาณวิสารอด หื้อมาฝังจารีตไว้คน 10 ครัว หื้อรักษาพระพุทธเจ้ายังวัดอุทุมพรอารามนี้…"

    เนื้อความในจารึกดังกล่าวแสดงถึง การถวายคน 10 ครอบครัวให้วัด คนที่ถวายให้แก่วัดนี้เรียกว่า ข้าพระ คือ คนที่มีผู้อุทิศให้แก่วัด เพื่อรักษาวัด พระพุทธรูป และพระสงฆ์ เป็นต้น ตามจารึกหลักที่ 104 จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.2099 ประชุมจารึกภาคที่ 4 ความว่า ห้ามนำข้าพระไปทำศึก แม้ข้าศึกมาประชิดเมือง ก็จะเกณฑ์ข้าพระไปรักษาเมืองไม่ได้ อย่าเรียกเก็บส่วยไร อย่าให้ไป ราชการทางน้ำทางบก อย่าเกณฑ์ให้เกี่ยวหญ้าช้างม้า และจารึก 1.2.1.1 วัดแก้วหลาด พ.ศ.2040 ความว่า พระนางมหาเทวีเป็นเจ้า ยินดีในพระพุทธรูปเจ้าที่นี้ ก็ไว้ยังคนครัว 1 ชื่อ บุญรักษา หื้ออุปัฏฐากรักษาพระพุทธรูปเป็นเจ้าที่นี้แล นอกจากนี้แล้วยังพบจารึกอื่นๆ ที่มีเนื้อความลักษณะ เดียวกัน ในการอุทิศถวายข้าคนให้แก่วัดเป็นจำนวนมาก






    วัดเชียงสา พ.ศ.2097

    จารึก 1.4.1.1
    วัดเชียงสา พ.ศ.2097
    Wat Chiang Sa A.D.1554

    จารึก 1.4.1.1 วัดเชียงสา เดิมอยู่ที่วัดเชียงสา ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขง สันนิษฐานว่าอยู่ในเขตอำเภอเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์ฯ เชียงใหม่ เป็นจารึกบนแผ่นหิน ฝังอยู่ในฐานไม้อัด ขนาดวัตถุจารึก 149/50/8 ซม. เขียนด้วยอักษรฝักขาม ตัวเลขธรรม ภาษาไทยยวน จารึกมี 2 ด้าน ด้านที่ 1 มี 9 บรรทัด ดวงชะตาตั้งบนฐาน ข้างบนมีฉัตร ด้านที่ 2 มี 17 บรรทัด



    ข้อความในจารึกกล่าวถึง สมเด็จบรมบพิตรองค์เสวยราชทั้ง 2 แผ่นดิน ล้านช้าง ล้านนา ถวายที่ดิน และข้าวัด แด่วัดเชียงสาที่ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกแม่น้ำโขง ในปีจุลศักราช 915 (พ.ศ.2097) ดังความว่า

    "…สมเด็จบรมบพิตร ตนสัมฤทธิ์เสวยราชทั้ง 2 แผ่นดิน ล้านช้าง ล้านนา มีจิตปสาทะสัทธา ก็ได้หื้อเขตกับอารามวัดเชียงสา ในบ้านนางจัน วัดเชียงสา บ้านกองแก้ว ทั้งมวลมี (ค่า)เช่า 81800 เบี้ย (นอกจากนี้ยังทรงถวายค่า)เช่าผึ้งกับคิง ต่อวัดนางจัน มี 1250 น้ำ…"

    อาณาจักรล้านช้าง และล้านนามีความสัมพันธ์กัน ประมาณปี พ.ศ.2066 สมัยพระเจ้า โพธิสาลราชแห่งล้านช้างได้ส่งทูตมาขอพระราชทานพระสงฆ์ และพระไตรปิฎกจากพระเมืองแก้วแห่งล้านนา ต่อมา พระเจ้าโพธิสาลราชได้อภิเษกกับพระราชธิดาของพระเมืองเกษเกล้าแห่งล้านนา ภายหลังพระเมืองเกษเกล้าสิ้นพระชนม์ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช โอรสพระเจ้าโพธิสาลราชกับ พระราชธิดาพระเมืองเกษเกล้า ได้ขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ราวปี พ.ศ.2089 ต่อมาในปี พ.ศ.2091 พระเจ้าโพธิสาลราชสิ้นพระชนม์ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชจึงได้เสด็จกลับครองเมืองล้านช้าง พร้อมทั้งได้นำตำราทางพระพุทธศาสนา วรรณกรรม ช่างฝีมือ พระพุทธสิหิงค์ และพระแก้วมรกตไปสู่ล้านช้างด้วย

    จารึกนี้นับว่ามีความสำคัญต่อวงวิชาการอย่างยิ่ง เนื่องจากข้อความในจารึก "คำว่า ลานนา มีไม้โท" ด้วย ทำให้นักวิชาการได้ข้อสรุปและเห็นพ้องต้องกันในอันที่จะใช้คำว่า "ล้านนา" แทนคำ "ลานนา" มาจนกระทั่งปัจจุบัน






    วัดผ้าขาวป้าน พ.ศ.2160

    จารึก 1.4.1.1
    วัดผ้าขาวป้าน พ.ศ.2160
    Wat Pha Khao Pan A.D.1917

    จารึก 1.4.1.1 วัดผ้าขาวป้าน พ.ศ.2160 เดิมอยู่ที่เมืองเชียงแสน สันนิษฐานว่า อยู่วัด ผ้าขาวป้าน ในเวียงเชียงแสน ด้านตะวันออก ใกล้แม่น้ำโขง ปัจจุบันตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย จารึกลงบนแผ่นหิน ขนาดวัตถุจารึก 67/30/4 ซม. เฉพาะส่วนเหนือฐาน เขียนด้วยตัวอักษรฝักขาม ตัวเลขธรรม ภาษาไทยยวน



    ข้อความในจารึกกล่าวว่า ในปี พ.ศ.2159 (จุลศักราช 977 ปีดับเหม้า เดือน 5 เพ็ญ วัน 3 ) พญาหลวงเมืองเชียงแสน และนางพญาหลวง พร้อมด้วยพระสงฆ์ 3 คณะ ร่วมกันสร้างวิหาร และก่อพระพุทธรูปองค์ใหญ่ แล้วนิมนต์สมเด็จราชโมลีจิตตสารมังคละมาเป็นเจ้าอาวาส ต่อมาถึงปี พ.ศ.2160 (ปีรวายสี เดือน 5 เพ็ญ วันอาทิตย์) สร้างเจดีย์ บรรจุพระธาตุพระพุทธเจ้า จำนวน 358 องค์ และธาตุพระสาวกจำนวน 400,000 องค์ พร้อมทั้งถวายข้าคน 52 คน และสวนหมากแด่วัด



    ความสำคัญตอนหนึ่งของจารึกแสดงให้ทราบว่า ในสมัยนั้น เมืองเชียงแสนประกอบด้วยพระสงฆ์ 3 คณะ ดังความว่า

    "…ภายในมีพระราชครูเจ้าทั้ง 3 คณะ และสมเด็จเจ้าทั้งมวล มหาสังฆราชาสวามี พระสังฆเจ้าชุพระองค์ พร้อมปกพระวิหารหลังนี้ เพื่อหื้อเป็นที่ตั้งพระไตรรัตนะ แก้วทั้ง 3 ชื่อว่า อุดมโกศล…"

    ศาสนาพุทธเผยแผ่เข้าสู่ล้านนา 3 ครั้ง ครั้งแรกสมัยพระนางจามเทวี แห่งเมืองหริภุญไชยราวปี พ.ศ.1204 (แบบเดิม หรือพื้นเมือง) ครั้งที่ 2 พระมหาสุมนเถรนำไปจากเมืองสุโขทัย พ.ศ.1918 (ลัทธิรามัญวงศ์ ประดิษฐานที่วัดบุปผาราม หรือวัดสวนดอก) และครั้งที่ 3 พระมหาธรรมคัมภีร์นำศาสนาลัทธิลังกาวงศ์มาจากลังกาใน พ.ศ.1973 (ประดิษฐานที่วัดป่าแดง) กษัตริย์ล้านนาหลังสมัยพระเจ้าติโลกราช (1985-2030) ทรงอุปถัมภ์ภิกษุทั้ง 3 คณะ




    ดอยตุง พ.ศ.2148

    จารึก 1.4.3.2
    ดอยตุง พ.ศ.2148
    Doi Tung A.D.1605

    จารึก 1.4.3.2 ดอยตุง พ.ศ.3148 ที่ตั้งดั้งเดิมสันนิษฐานว่าอยู่บนดอยตุง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตรงที่ตั้งวัดน้อยดอยตุงปัจจุบัน หรือบริเวณใกล้เคียง ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ฯ เชียงแสน เป็นจารึกรอบฐานพระฤาษี (วัชมฤค) ทองสัมฤทธิ์ ฐานทำเป็น 2 ชั้น ฐานชำรุดมาก ส่วนซ้ายของฐานชั้นบนขาดหายไป คงเหลือเพียงด้านขวา ขนาดวัตถุจารึก 74/44/29 ซม. เขียนด้วยอักษรธรรมล้านนา และอักษรไทยนิเทศผสมกับอักษรไทยใหญ่-เงี้ยว (เฉพาะตอนที่มีคำไหว้พระธาตุ) ตัวเลขธรรม และโหรา ภาษาไทยยวน และบาลี



    ข้อความในจารึกกล่าวว่า ในปี พ.ศ.2147 (สมเด็จ)บรมบพิตรพระเป็นเจ้า เมืองเชียงแสน พร้อมทั้ง พระมหาสมเด็จราชครู วัดพระหลวง และพระสังฆโมลี สร้างรูปพระฤาษีตนนี้ ต่อจากนั้นเป็นคำไหว้พระธาตุบนดอยตุง ตำนานพระธาตุดอยตุง และคำอธิบายรูปที่ฐานรูปพระฤาษี ความตอนหนึ่งของจารึกกล่าวถึง พระอินทร์ทรงประดับตุงบูชาพระธาตุ ดังความว่า

    "…เมื่อนั้น พญา…..บูชาธาตุเจ้า แล้ว (เสด็จ)นิพพาน เบื้องต้นพญาอินทร์ก็กางตุงบูชาผืน1 เท่านั้น และหื้อเทวบุตรตน (ชื่อว่า)สุรัณณะมหิยังคะ…….อุปัฏฐากธาตุเจ้า แล หยาดน้ำ…"



    ที่มาของชื่อภูเขา "ดอยตุง" เดิมมีเรื่องเล่าว่า เมื่อพระมหากัสสปมหาเถระ ประดิษฐานพระบรมธาตุเหนือยอดดอย พระเจ้าอชุตตราช ทรงอุปัฏฐากบำรุงแล้ว พระมหากัสสปมหาเถระอธิษฐานคันตุงยาวโยชน์หนึ่ง กับตุงยาวเจ็ดพันวา กว้างห้าพันวา บูชาพระบรมธาตุ ตั้งแต่นั้นมา คนทั้งหลายเห็น ตุงทิพย์ผืนนั้น จึงเรียกภูเขาลูกนั้นว่า ดอยตุง

    ในอินเดียแต่โบราณ ธงที่นิยมใช้เป็นเครื่องประดับบูชาในงานพิธีมีอยู่ 3 ชนิด คือ 1) ธชะ หรือ ธวชะ ได้แก่ธง มีแผ่นผ้ารูป 3 เหลี่ยม หรือ 4 เหลี่ยม ปักบนปลายไม้ 2) ปฏากะ หรือปตากา ได้แก่ ธงปฏาก หรือธงตะขาบ ใช้วัตถุเป็นแผ่นผ้าผูกติดกับปลายไม้ ปลายห้อยลง 3) โตรณะ ได้แก่ธงราว 3 เหลี่ยม ผูกโยงระหว่างเสา 2 ต้น

    ตุง หรือธงตะขาบ ในล้านนาใช้ประดับในงานพิธีเกี่ยวกับพุทธศาสนา นิยมประดับปักเสาแขวนตุงไว้ที่บริเวณวัตถุที่ฉลอง หรือบริเวณพิธี นอกจากตุงที่ทำด้วยผ้าแล้ว ยังพบตุงที่ทำด้วยเงิน และทองคำด้วย





    วัดดอนยาง พ.ศ.2023

    จารึก 1.4.1.1
    วัดดอนยาง พ.ศ.2023
    Wat Don Yang A.D.1480

    จารึก 1.4.1.1 วัดดอนยาง พ.ศ.2023 พบที่วัดปงสนุก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ปัจจุบันตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน จารึกลงบนฐานพระพุทธรูปแผ่นหินทราย ลักษณะครึ่งวงกลม ขนาดวัตถุจารึก 5.5/48.5/29.5 ซม. จารึกมี 3 ด้าน ด้านที่ 1 (ด้านหน้า) มี 2 บรรทัด ด้านที่ 2 (ด้านหลัง) มี 2 บรรทัด และด้านที่ 3 (ด้านบน) มี 4 บรรทัด เขียนด้วยอักษรฝักขาม และธรรมล้านนา ตัวเลขธรรม ภาษาไทยยวน และบาลี



    ข้อความในจารึกด้านที่ 1 และ 2 กล่าวถึงพระภิกษุชื่อสุมังคลเมธาวี อยู่เมืองฝาง สร้าง พระพุทธรูปประดิษฐานไว้ที่วัดดอนยางเพื่อไหว้บูชา ด้านที่ 3 เป็นคาถา ดังความว่า

    ".....ปฐมํ สกลกฺขณเมกปทํ ทุติยาทิปสฺส นิทสฺสนโต
    สมนิ ทุมินา สมทุ สนิทุ วิภเช กมโต ปฐเมน วินา...."


    ชาวล้านนาเรียกคาถานี้ว่า คาถาพระพุทธสิหิงค์ เป็นคาถาเกี่ยวกับอริยสัจ 4 อันได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค คำแปลคาถาว่า บทอันหนึ่งเป็นปฐม เป็นลักษณะแห่งตน นักปราชญ์ ผู้ประกอบด้วยปัญญา เว้นไว้ซึ่งบทอันเป็นปฐม แล้วพึงจำแนก (อรรถแห่งจตุราริยสัจ) โดยลำดับ (แห่งอักษร 12 ตัวนี้ คือ) ส.ม.นิ. ทุ.นิ.ม. ส.ม.ทุ. ส.นิ.ทุ. เพราะแสดงซึ่งบท มีบทที่สองเป็นอาทิ


    จารึกล้านนา
  • จารึกเมืองเชียงใหม่
  • จารึกเมืองเชียงราย
  • จารึกเมืองลำพูน
  • จารึกเมืองลำปาง
  • จารึกเมืองพะเยา
  • จารึกเมืองแพร่
  • จารึกเมืองน่าน





  • เพื่อความสวยงามในการชมเว็บไซต์ ควรปรับขนาดหน้าจอ 800 x 600 pixels และ Text Size ขนาด Medium