หน้าหลัก ความเป็นมาของโครงการ การศึกษาที่ผ่านมาด้านพุทธสัญลักษณ์ ปรัชญาแห่งคติพุทธสัญลักษณ์ การถ่ายทอดผ่านงานศิลปสถาปัตยกรรม
ทางพุทธศาสนา
การตีความเพื่อนำไปใช้ในทางปฏิบัติ กิจกรรมบริการวิชาการ บทความ แผนผังเว็บไซต์ ติดต่อโครงการ
การถ่ายทอดผ่านงานศิลปสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนา การถ่ายทอดผ่านงานศิลปสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนา หน้า 7/42 การถ่ายทอดผ่านงานศิลปสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนา
 

 

2. วิธีการการถ่ายทอดพุทธสัญลักษณ์

            ระบบการถ่ายทอดความรู้ด้านพุทธสัญลักษณ์ในล้านนา มีพระสงฆ์เป็นผู้รู้ ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวทางศาสนาแก่พุทธศาสนิกชน โดยการถ่ายทอดความรู้นั้นผ่านระบบการศึกษาตามแบบจารีต คือ การบวชเรียน การจัดการศึกษาในล้านนาตั้งแต่สมัยราชวงศ์มังราย (พ.ศ. 1839-2101) ถึงก่อนการปฏิรูปการศึกษาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี สถาบันหลักในการศึกษาความรู้ต่างๆ คือ วัด มีพระสงฆ์เป็นตัวแทนในการจัดการด้านการศึกษา การประกอบพิธีกรรม โดยพระสงฆ์เป็นผู้สั่งสมเล่าเรียนและถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สั่งสมกันมา อันได้แก่ พุทธศาสนา ภาษาและวรรณกรรม โหราศาสตร์ การแพทย์ และงานด้านศิลปวิทยาการทั้งที่รับใช้พระศาสนาโดยตรง ทำให้พระสงฆ์ในล้านนามีสถานภาพเป็นทั้งครู และเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่น11 โดยวัตถุประสงค์หลักของการถ่ายทอดความรู้ คือ เพื่อนำหลักธรรมคำสอนไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันอย่างเป็นสุข และเพื่อประโยชน์ในการประกอบสัมมาอาชีพ ผู้เล่าเรียนมาจากวัดจึงเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถและเป็นที่พึ่งให้กับสังคมได้ การศึกษาในวัดนอกจากจะเป็นการเรียนรู้ภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการเลื่อนระดับชั้นทางสังคม กล่าวคือ พระภิกษุสามเณรที่ผ่านการบวชเรียนทั้งความรู้ทางโลกและความรู้ทางธรรมนั้น เมื่อลาสิกขาออกไปประกอบอาชีพก็ย่อมที่จะนำความรู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนนั้นยังประโยชน์ให้แก่ตนเอง ครอบครัวและสังคม และมีหน้าที่ตำแหน่งความรับผิดชอบงานทางราชการตามความรู้ความสามารถของตน

            กระบวนการเรียนรู้ของชายชาวล้านนาในอดีต เป็นการศึกษาทางพระพุทธศาสนาเมื่อยังครองสมณเพศอยู่ จำแนกได้ 2 ประเภท คือ การเรียนรู้ทางโลก และการเรียนรู้ทางธรรม คือ ความรู้ทางโลกนั้น ได้แก่ การเรียนรู้ถึงการดำรงชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย ซึ่งความรู้เหล่านี้ได้มาจากการสั่งสมของผู้คนในอดีต และความรู้ใหม่ที่คิดค้นขึ้นได้เองตามสติปัญญาของแต่ละบุคคล ในการดำรงชีวิตของแต่ละบุคคลนั้น ทุกคนย่อมเรียนรู้ที่จะเอาชีวิตรอด ในการทำมาหากิน เช่น ความรู้ทางการเกษตร ความรู้ในเชิงช่าง การดูแลรักษาสุขภาพและชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสังคม ส่วนความรู้ในทางพระศาสนานั้น ได้แก่ ความรู้ด้านปริยัติ  การศึกษาเล่าเรียนทางธรรมะพระธรรมคำสอน ด้านปฏิบัติ ความประพฤติหรือข้อปฏิบัติ และด้านปฏิเวธ การบรรลุธรรมหรือการรู้แจ้ง ตามคติทางพระพุทธศาสนา นอกจากการเรียนนี้แล้ว ผู้ที่บวชเรียนย่อมได้เรียนรู้วิชาอื่น ๆ ไปพร้อมกันด้วยตามความรู้ชำนาญของอาจารย์ผู้สอนในแต่ละวัด มีผลทำให้พระภิกษุสามเณรเมื่อศึกออกมาแล้วเป็นกำลังที่สำคัญของครอบครัวและสังคม

 

 

 
            11อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว. “การศึกษาในสังคมล้านนาสมัยโบราณ.” ศึกษาศาสตร์สาร. ปีที่ 10 ฉบับที่ 2-4 (ตุลาคม 2524-กันยายน 2525)  
     
การถ่ายทอดผ่านงานศิลปสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนา
หน้าถัดไป >
การถ่ายทอดผ่านงานศิลปสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนา