เข้าสู่ระบบ or สมัครสมาชิกหน้าแรกกระดานข่าวค้นหาสำหรับสมาชิก   
เมนูหลัก
 หน้าแรก(ข่าวสาร) :
 หน้าแรก
 แนะนำโครงการฯ
 รายงานการประชุมฯ
 ร่วมนำเสนอข่าวสถานการณ์
 ข่าวเด่นในรอบเดือน
 หัวข้อเรื่องที่น่าสนใจ
 ค้นหา
 สำหรับสมาชิก :
 เข้าสู่ระบบ(สมัครสมาชิก!)
 สำหรับผู้ควบคุมระบบ
 ประชาสัมพันธ์ :
 ติดต่อสอบถาม
 แนะนำบอกต่อ
 เวทีแสดงความคิดเห็น
 
 สถิติของเรา :
 ยอดฮิตติดอันดับ
 แบบสำรวจ
 ข้อมูลสถานการณ์ จ.ลำพูน :
 ลำพูนจะเป็นเมืองมรดกโลก
 สถานการณ์ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 ข้อมูลน่ารู้สำหรับชาวลำพูน
 บริการอื่นๆ :
 ห้องสนทนา
 ห้องแสดงภาพ
 ปฏิทินกิจกรรม

 เมนูทั่วไป :
เพิ่มเว็บนี้ใน Favourites !
เมล์ด่วนสายตรง

 ค้นหา :
 ค้นหาภายในเว็บ :


 ค้นหาภายนอกเว็บ :

เรื่องน่ารู้ของมรดกโลก
สถานการณ์ปัญหาทรัพยากรฯ

บทความน่าอ่าน
จักรยานสิ...เพื่อโลก >>>>
รถติดกับสิ่งแวดล้อม >>>>
การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการวางผังเมืองและการปฏิบัติตามผังเมืองรวม >>>> โดยรศ. ดร. มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด
การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม >>>> โดย ผศ. ดร. กอบกุล รายะนาคร
การวางแผนจัดการสิ่งแวดล้อม (น้ำเสียและขยะ) >>>> โดย ผศ. ดร. เสนีย์ กาญจนวงศ์
โลกเกษตร เตรียมพร้อมก่อนแล้ง..
การพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มผลผลิตและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมโรงงาน
โครงการฉลากเขียว..เพื่อสิ่งแวดล้อม
เทคนิคการลดมลพิษจาก
แหล่งกำเนิด สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดย่อมและขนาดกลาง
บทความทั้งหมด >>>
ข่าวหนังสือพิมพ์
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ข่าวสด
มติชน
กรุงเทพธุรกิจ
ผู้จัดการ
ฐานเศรษกิจ
เดอะเนชั่น
ประชาชาติฯ
สยามธุรกิจ
สำนักข่าวไทย
บางกอกโพสต์
ไทยโพสต
เชียงใหม่นิวส์
ไทยนิวส์
สถานีโทรทัศน์
ช่อง 3
ช่อง 5
ช่อง 7
ช่อง 9
ITV
แบบสำรวจ
คุณคิดว่าเว็บนี้เป็นอย่างไร?

สุดยอด
เยี่ยม
ใช้ได้!
อืม... ไม่เลวนะ
ปรับปรุงอีกนิดนะ



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้ลงคะแนน: 294
คำแนะนำ: 0
จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
รถติดกับสิ่งแวดล้อม




รถติดกับสิ่งแวดล้อม


ช่วงที่ฤดูการท่องเที่ยวมาเยือนอย่างเต็มตัวยามนี้ แถมน้องๆนักเรียนนักศึกษายังอยู่ในช่วงเปิดเทอมกันแบบนี้ หลายคนอาจต้องมีเรื่องหงุดหงิดใจเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างโดยอัตโนมัติ แน่นอนที่สุด ปัญหารถติดในชั่วโมงเร่งด่วนคือปัญหาสำคัญ ยิ่งเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน กำลังอยู่ในระหว่างการระดมการก่อสร้างทั้งเมืองแบบนี้อยู่ด้วย ก็ยิ่งเพิ่มปัญหาเข้าไปอีก
ช่วงรถติดนี่เอง เป็นช่วงที่จะมีมลพิษทางอากาศออกมาให้เราสูดกันมากขึ้น คือถ้ามันจะปล่อยออกมาเป็นกลิ่นดอกไม้หอมๆก็คงจะดี แต่นี่นอกจากจะไม่หอมแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วยอีกต่างหาก
เพราะขณะที่รถติดนั้น การเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์จะไม่สมบูรณ์ ถ้าเป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ก็จะปล่อยสารตะกั่ว คาร์บอนมอนอกไซด์ และไฮโดรคาร์บอน ออกมา
ถ้าเป็นรถจักรยานยนต์ 2 จังหวะ ที่ใช้น้ำมันเบนซินผสมน้ำมันเครื่อง ก็จะมีสารที่ว่านั้น แถมด้วยควันขาวอีกด้วย
ส่วนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล ก็จะปล่อยสารคาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน ไนโตรเจนออกไซด์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ แล้วก็แถมท้ายด้วยฝุ่นละอองจากควันดำ
จากสารพิษที่ได้เห็นชื่อกันไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสารอันตรายต่อสุขภาพทั้งนั้นเลย เอาเป็นว่า วันนี้เราตัดสารตะกั่วออกไปอันนึงก็ได้ ด้วยการมองในแง่ดีว่า เมืองไทยเราลดปริมาณสารตะกั่วในน้ำมันเรียบร้อยแล้ว
แต่ตัวอื่นๆที่น่ากลัวไม่แพ้กัน อย่างเช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่มีกำมะถันเจือปน ก๊าซนี้จะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ เมื่อสูดเข้าไป ก๊าซจะรวมตัวกับเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงใช้การไม่ได้ชั่วขณะ เกิดอาการมึนงง มักพบก๊าซนี้ได้บริเวณบ้านเรือนที่มีอุปกรณ์บรรจุก๊าซ บริเวณชั้นใต้ดิน หรือบริเวณที่จอดรถที่มีหลายๆชั้น หรือที่พบกันเป็นประจำก็กลางสี่แยก ที่มีการเผาไหม้ภายใต้สภาวะที่มีอากาศไม่ถ่ายเท
คาร์บอนมอนอกไซด์ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น สามารถแทรกตัวอยู่ตามอากาศ โดยที่เราไม่รู้ตัว ในช่วงหลังถึงขนาดมีการบังคับให้รถยนต์เบนซินใหม่ๆทุกคัน ต้องมีการติดตั้งเครื่อง Catalytic Converter ซึ่งเป็นอุปกรณ์ขจัดมลพิษในท่อไอเสีย เพื่อช่วยลดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และสารพิษตัวอื่นๆ แต่เมื่อปริมาณการใช้รถยนต์เพิ่มมากขึ้น ก๊าซพิษเหล่านี้ก็ไม่ได้ลดลงไปอยู่ดี
อีกชนิดหนึ่งที่อันตรายไม่แพ้กัน คือก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่มีกำมะถันเจือปน ก๊าซนี้จะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ และเมื่อรวมตัวเข้ากับน้ำ จะมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฝนกรด
นอกจากนี้ฝุ่นละออง อันเกิดจากควันดำที่มาจากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง ยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้หลายคนเกิดโรคภูมิแพ้และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่นๆอีกด้วย
แม้ว่าปัจจุบันจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ขจัดมลพิษขึ้นมา หรือแม้แต่การพัฒนาเทคโนโลยีของเชื้อเพลิงให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเพียงใดก็ตาม แต่ตราบใดที่ปริมาณรถยังคงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ ก็คงยากที่จะเราจะหลีกเลี่ยงปัญหารถติด และควันพิษที่มาจากรถติด กันแน่นอน


ที่มา : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถานจัดการและอนุรักษ์พลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่








สงวนลิขสิทธิ์โดย © ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดลำพูน All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2005-12-20 (9632 คนอ่าน)

[ ย้อนกลับ ]