Home

แหล่งท่องเที่ยวอำเภอเวียงแหง

Article Index
แหล่งท่องเที่ยวอำเภอเวียงแหง
บ่อน้ำช้างศึก
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ประวัติการบูรณะพระบรมธาตุแสนไห
งานประเพณีประจำปีที่สำคัญของวัด
การเดินทางไปนมัสการพระบรมธาตุแสนไห
อ้างอิง
ทุกหน้า

ตำนานเมืองแหงและพระบรมธาตุแสนไห 

ในสมัยพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เคยเสด็จมายังดินแดนสุวรรณภูมิพร้อมกับพระอานนท์เพื่อจาริกและสั่งสอนโปรดสรรพสัตว์ จนถึงเมืองๆ หนึ่งมีผู้คนจำนวนมากเหมาะแก่การเผยแพร่พระธรรม พระพุทธองค์ได้ทรงเลือกสถานที่วิเวกสำหรับการประทับแรม และประกอบสมณะธรรม เป็นเนินเขาเตี้ยๆ มีถ้ำอยู่ข้างใต้เนินเขานั้นด้วย

พอรุ่งขึ้นวันใหม่มีชาวกระเหรี่ยง (ยาง, ปากาญอ) ได้นำข้าวปลาโภชนาอาหาร พร้อมกับแตงโมลูกหนึ่งมาถวายพระพุทธองค์ พระอานนท์จึงได้นำแตงโมลูกนั้นไปผ่าเป็นซีกๆ ปลอกเปลือกออกและได้ทิ้งเปลือกแตงโมให้ล่องลอยไปในแม่น้ำสายหนึ่ง ซึ่งต่อมาชาวบ้าน จึงได้เรียกขานนามแม่น้ำนั้นว่า “แม่น้ำแตง” เมื่อพระอานนท์นำแตงโมไปถวายพร้อมโภชนาอาหาร พระพุทธองค์ก็ได้เสวย ขณะที่กำลังเสวยอยู่นั้นพระทนต์ (เขี้ยว) ได้กะเทาะออก (กะเทาะออกภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “แหง”) พระพุทธองค์ทรงมอบพระทนต์ที่กระเทาะออกนั้นให้แก่อุบาสก-อุบาสิกาชาวกะเหรี่ยงเพื่อเป็นทาน (ทานเขี้ยวแหง) ชาวกระเหรี่ยงจึงได้ร่วมกันสร้างพระสถูปเพื่อบรรจุพระทนต์ที่กะเทาะนั้นไว้บนเนินเขาที่พระพุทธองค์ทรงเคยประทับแรมนั้น เมืองนี้ต่อมาจึงได้มีชื่อว่า “เมืองแหง”

จากนั้นพระพุทธองค์ กับพระอานนท์ได้เสด็จจาริกต่อไป ตอนกลางคืนพระสถูปที่บรรจุพระทนต์ได้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น โดยมรรัศมีแผ่สว่างไสวไปทั่วบริเวณเนินเขา ชาวกระเหรี่ยงจึงได้นำความนั้นไปกราบทูลพระยาเจตบุตรเจ้าเมือง  พระยาเจตบุตรได้ทราบก็เกิดปิติเป็นล้นพ้น  จึงได้พาบริวารและทหารไปนมัสการกราบไหว้สักการบูชา และตั้งจิตอธิษฐานขอชมปาฏิหาริย์อีกครั้ง  พอตกตอนกลางคืนพระสถูปก็เกิดมีรัศมีรุ่งโรจน์สว่างไสวเช่นเดิมเป็นเวลาพอประมาณเมื่อพระยาเจตบุตรเห็นเป็นเช่นนั้นก็เกิดศรัทธาเลื่อมใสอย่างมาก จึงประกาศให้ชาวเมืองสามัคคีร่วมใจกันก่อสร้างพระบรมธาตุคร่อมพระสถูปเดิมไว้  พร้อมทั้งสร้างพระอุโบสถ  วิหาร ศาลา โดยมีกำแพงล้อมรอบทั้งหมด  เมื่อสร้างเสร็จแล้วมีความสวยสง่างามเป็นยิ่งนัก  พระยาเจตบุตรพร้อมชาวเมืองจึงได้จัดให้มีการเฉลิมฉลองอย่างเอิกเกริกถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน  แล้วได้ถวายสิ่งก่อสร้างทั้งหมดนั้นเป็นทานไว้ในบวรพระพุทธศาสนาสืบไป

ด้วยอำนาจบารมีแห่งพระบรมธาตุแสนไหอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ได้ดลอภิบาลปกป้องคุ้มครองให้พระยาเจตบุตรและประชาชนในเมืองแหงให้สุขกาย สุขใจ ฝนตกต้องตามฤดูกาล  ข้าวกล้าในนาและพืชพันธุ์ธัญญาหารก็งอกงามไพบูลย์ พระยาผู้ปกครองเมืองก็ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรมได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและวัดวาอารามเจริญรุ่งเรืองมาเป็นลำดับ

กาลต่อมาพระบรมธาตุได้ทรุดโทรมลง มีการบูรณะกันมาหลายครั้ง จนเมื่อครั้ง พ.ศ.2148 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จยกกองทัพไปตีกรุงอังวะ โดยกองทัพของพระองค์ได้ยกกองทัพผ่านมาทางเมืองแหง ทรงพัก ณ ที่เชิงเขาหน้าวัดพระบรมธาตุ เจ้าเมืองแหงได้กราบบังคมทูลให้ทรงทราบประวัติของวัดพระบรมธาตุ แล้วเชิญเสด็จขึ้นไปบนวัดเพื่อสักการะพระบรมธาตุ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงได้ทอดพระเนตรเห็นว่าพระบรมธาตุมีสภาพทรุดโทรมยิ่งนัก จึงได้ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ทหารบางส่วนอยู่ทำการบูรณะพระบรมธาตุที่ทรุดโทรมนั้นร่วมกับชาวเมืองแหง เมื่อพระนเรศวรมหาราชได้เสด็จยกกองทัพต่อไปแล้วทรงพระประชวรจนเสด็จสวรรคตที่เมืองหาง (ตามประวัติศาสตร์ที่เชื่อกันมาแต่เดิม) สมเด็จพระเอกาทศรถพระอนุชาซึ่งได้เสด็จเสวยราชสมบัติต่อมา ได้ทรงรับสั่งให้เลิกทัพที่จะไปตีอังวะเสีย และอัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกลับสู่กรงศรีอยุธยาซึ่งกองทัพและขบวนอัญเชิญพระบรมศพต้องผ่านกลับมาทางเมืองแหง  เจ้าเมืองแหงจึงได้กราบบังคมทูลเรื่องที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เคยมีพระราชกระแสรับสั่งให้ทหารร่วมกับชาวเมืองแหงดำเนินการบูรณะพระบรมธาตุให้ทรงทราบ

เมื่อสมเด็จพระเอกาทศรถได้ทรงทราบเรื่องแล้วจึงมีพระราชหฤทัยศรัทธาเป็นอย่างยิ่งทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้เร่งการบูรณะพระบรมธาตุ พร้อมกับได้พระราชทานเครื่องประดับและทรัพย์สินต่างๆ ถวายเป็นกุศลทานไว้ให้แก่วัดพระบรมธาตุ เพื่อให้เป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเชษฐาที่เสด็จสวรรคตไป โดยได้บรรจุเครื่องประดับและทรัพย์สินที่พระราชทานถวายนั้นลงในไหจำนวนมากมายหลายใบ แล้วเสด็จไปทรงประกอบพิธีบรรจุไหลงในฐานพระบรมธาตุที่อยู่ระหว่างการบูรณะ จากนั้นมาชาวบ้านจึงพากันเปลี่ยนไปเรียกว่า “พระบรมธาตุแสนไห”  แทนชื่อเดิมซึ่งยังไม่ปรากฏหลักฐานว่าเรียกกันมาก่อนหน้าว่าเป็นชื่อใด ส่วนในถ้ำที่อยู่ใต้พระบรมธาตุนั้น สมเด็จพระเอกาทศรถก็ได้พระราชทานสิ่งของและเครื่องใช้สอยต่างๆ ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและกองทัพเคยใช้ในการสงครามจำนวนมากมาย ให้เป็นสมบัติแก่ชาวเมืองแหงได้ใช้สอยร่วมกันด้วย โดยมิได้ปิดปากถ้ำเอาไว้แต่อย่างใด

มีการเล่าขานสืบต่อกันมาว่าก่อนหน้านี้ในบางวันที่อากาศปลอดโปร่งดี ก็มักจะมีเสียงมโหรี ดนตรีและฆ้องกลองอันไพเราะดังลอดออกมาจากปากถ้ำที่บรรจุสมบัติอยู่ให้ชาวเมืองแหงได้ยินอยู่เสมอๆ ชาวเมืองแหงในอดีตเมื่อมีงานพิธีสำคัญก็จะขอหยิบยืมเอาเครื่องใช้ต่างๆ นั้นออกมาใช้งานกัน  คราวหนึ่งมีพายุและฝนตกหนัก ดินและหินที่อยู่ด้านบนจำนวนมากได้พังถล่มไหลลงมาปิดปากถ้ำไว้หนามากเกินกำลังที่ชาวบ้านในขณะนั้นจะขุดออกมาได้ จึงไม่มีใครได้เห็นโพรงถ้ำและบรรดาสิ่งของที่เก็บภายในถ้ำนั้นอีกเลย  ปัจจุบันนี้กรมศิลปกรได้ขึ้นทะเบียนพระบรมธาตุแสนไหให้เป็นโบราณสถานแล้ว

พระบรมธาตุแสนไหยังมีพระธาตุบริวารที่สร้างขึ้นภายหลังอีก 10 องค์ ซึ่งถือว่าเป็นพระธาตุที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ในเขตอำเภอเวียงแหงด้วยเช่นกัน อันได้แก่ พระธาตุปุ๊กกู่ข้าว พระธาตุดอยนางยาง พระธาตุแม่แพม พระธาตุเวียงแหง พระธาตุห้วยหก พระธาตุมารชินะเจดีย์วัดฟ้าเวียงอินทร์ พระธาตุแสนขาว พระธาตุหนองบัว พระธาตุแม่หาด และพระธาตุบ้านจอง

  



ฐานข้อมูล
สถิติ
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 690808