Home

แหล่งท่องเที่ยวอำเภอหางดง

วัดอินทราวาส (ต้นเกว๋น) ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่

                วัดต้นเกว๋น ใช้นามไม้เป็นชื่อของวัดเกว๋นคือตะขบหมายถึงบริเวณที่ตั้งวัดนี้  เมื่อก่อนคงมีต้นเกว๋นอยู่ ปัจจุบันไม่ปรากฏและมีชื่อใหม่ว่า “อินทราวาส” คงหมายถึงชื่อเจ้าอาวาสรูปหนึ่งที่มีความสำคัญและปรับปรุงพัฒนาวัดนี้ ให้มีความเจริญรุ่งเรือง และสวยงาม อินทราวาสคงหมายถึงชื่อเจ้าอาวาสรูปที่สร้างวัดนี้

                เนื้อที่ของวัดมี 2 ไร่ – งาน 38 วา รวมทั้งเขตธรณีสงฆ์ด้วย  ไม่มีพันธสีมา เป็นเพียงแต่สำนักสงฆ์ตามระเบียบของทางราชการ มีชื่อย่อว่า ส.ส. คือ สำนักสงฆ์ ถึงจะมีฐานะเป็นเพียงสำนักสงฆ์เท่านั้นก็ตาม วัดนี้เป็นโบราณสถานและวัตถุที่น่าชมศึกษาค้นคว้ามาก มีแขกต่างบ้านต่างเมืองและต่างประเทศเข้าไปชมทุกๆ ปี

                วัดนี้สร้างขึ้นในระยะประมาณ จ.ศ. 1218 (พ.ศ. 2399 ถึง จ.ศ. 1231 พ.ศ. 2412) สมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ เป็นเจ้าหลวงปกครองเมืองเชียงใหม่

 

ความสำคัญ

  1.  เป็นวัดที่ยั้งพักกระบวนแห่พระบรมธาตุศรีจอมทอง  จากอำเภอจอมทองมาในเมืองเชียงใหม่  สมัยก่อนซึ่งถือเป็นประเพณีของเจ้าหลวงเชียงใหม่และประชาชนทั้งหลาย มีการสงน้ำพระธาตุทุกปี เจ้าอาวาสบอกว่า เมื่อสมัยถนนสายเชียงใหม่-ฮอดไม่มีถนนสายเดิมผ่านหน้าวัดทิศตะวันออก  เมื่อกระบวนแห่พระธาตุขึ้นมา  เพื่อจะนำเอาพระธาตุไปทูลเจ้าหลวงสรงน้ำ  กระบวนแห่ต้องมาพักที่วัดนี้ 2-3 คืน เพื่อให้ประชาชนในบริเวณนี้มาสรงน้ำพระธาตุด้วย
  2. มีมณฑปแบบจัตุรมุข  มงด้วยกระเบื้องดินเผาปรากฏอยู่ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุชั่วคราว และใช้เป็นที่สำหรับประชาชนมาสรงน้ำพระบรมธาตุ
  3. มีอาสน์สำหรับตั้งโกฏิพระบรมธาตุ เวลาเอาออกให้ประชาชนสรงน้ำ ยังอยู่ในสภาพดี
  4. มีรินสำหรับรองน้ำสุคนธสินธุธาราคือน้ำอบน้ำหอมที่ประชาชนนำมาสรงน้ำพระธาตุ
  5. มีสะเหลี่ยง สำหรับหามป้องไฟไปบูชา เจ้าอาวาสเล่าว่า ในสมัยโบราณ เรียกว่า “ขาขะเหยีย” ทำได้สวยงามแข็งแรงสลักลวดลายดอก  และรูปนาคลงรักชาดปิดทอง
  6. มีกลองโยน (กลองบูชา) โบราณเรียกว่า “ก๋องปูจา” มีครบทุกลูก และลูกใหญ่นั้นถ้าตีจะได้ยินทั่วตำบลหนองควาย
  7. กำแพงเดิมก่อด้วยอิฐธรรมดาไม่ฉาบปูน ด้านบนมีปล่องคล้ายกำแพงเมืองโบราณ
  8. วิหารปัจจุบันสร้างขึ้นเมื่อ จ.ศ. 1220 พ.ศ. 2401 ปีสร้างปรากฏชัด เพราะว่ามีผู้บันทึกปีที่สร้างไว้ที่ใต้เพดานด้านเหนือด้วยอักษรไทยยวน (ตัวเมือง) ภาษาไทยยวน (ภาษาเมือง) ตัวเลขโหราสร้างในปีเปิกสง้า จุลศักราช 1220 นายช่างผู้สร้างวิหารหลังนี้มีความชำนาญมากสามารถสลักลายดอก ลายรูปสัตว์ที่หน้าจั่วและช่อฟ้าใบระกาได้สวยมาก ที่ชุกชี (แท่นแก้ว) พระประธานในวิหารเป็นลายรูปปั้นเครือดอกกูดและรูปสัตว์ใช้ “สะตายจิ๋ง” หรือ “สตายจิ๋น” ปั้นอย่างประณีตละเอียดสวยงามมีความเพียรอย่างยิ่ง

ฝาผนังด้านหลังพระประธานในวิหารมีรูปคล้ายซุ้ม และซุ้มนั้นล้วนแต่เป็นพระพิมพ์โลหะ  ซึ่งหล่อเป็นองค์ๆ เอาติดฝาผนังเป็นรูปคล้ายซุ้ม สามเณรทองอินทร์  พิลา นับจำนวนพระพิมพ์ ณ วันที่  14 ตุลาคม พ.ศ. 2515  มีจำนวน 625 องค์  ขาดไป 431 องค์ พระพิมพ์เหล่านี้ แบ่งได้ 2 แบบ ดังนี้

  • แบบใบโพธิปางมารวิชัย ขนาด 2x4 ซ.ม.
  • แบบนาคปกอยู่ในซุ้มอีกชั้นหนึ่ง ปางมารวิชัย ขนาด 3x5 ซ.ม. เบ้าสำหรับหล่อ            พระพิมพ์นี้ ยังปรากฏอยู่ทั้ง 2 แบบ วัตถุที่ใช้ทำเบ้าหล่อมี 2 ประเภท คือ
  • เบ้าหล่อพระพิมพ์ใบโพธิ์เป็นโลหะแบบถาวร
  • เบ้าหล่อพระพิมพ์นาคปกอยู่ในซุ้มเล็ก เป็นหินสีดำแกะเป็นรูปพระพิมพ์

สิ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้มีค่ามากและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม วัฒนธรรมประเพณีของล้านนาไทย

                     

  1. วัดอินทราวาส (ต้นเกว๋น) อยู่ในบัญชีของกรมศิลปากรด้วย

                เจ้าอาวาสได้บอกกับผู้เขียน (วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2515) ว่าผู้สร้างวิหารนี้ และสิ่งก่อสร้างอย่างอื่น มีมณฑป เป็นต้น คือท่านครูบาอินทร์ เจ้าอาวาสรูปที่ 2 และท่านครูบาอินทร์รูปนี้เป็นนายช่างที่ชำนาญมาก และประวัติของท่านเป็นมาอย่างไรไม่ทราบ

 

สิ่งที่น่าเสียดาย

  1. เมื่อประมาณ พ.ศ. 2470-2475  สมัยนั้นมีตุ๊หลวงคำ  อภิชโย เป็นเจ้าอาวาส ได้มีชาย 2 คนมาขอพักนอนในวิหาร กลางคืนได้ขโมยพระพิมพ์หลังพระประธานไปจำนวน 431 องค์
  2. เมื่อประมาณเดือนกันยายน พ.ศ. 2511  มีคนร้ายลักเอาเทพพนม บนหลังคาคอสองของมณฑปด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปจำนวน 1 องค์
  3. เมื่อ พ.ศ. 2505  มีคนร้ายมาลักเอาพระพุทธรูปไม้จันทร์ และไม้ชนิดอื่นๆ พระพุทธรูปหินซึ่งวางไว้บนชุกชี (แท่นแก้ว) ไปจำนวน 40 กว่าองค์

                ฉะนั้นศรัทธาทุกท่านจึงควรมีความสามัคคีกัน เอาใจใส่ดูแล เฝ้าระวังรักษาไม่ให้สมบัติของวัดนี้สูญหายอีก เพื่อประโยชน์ของลูกหลานในภายหน้าจะได้ศึกษาต่อไป 

 

ภาคผนวก

  1. ตั้งแต่ พ.ศ. 2516-2526  ทางพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ นำผ้าป่าและกฐินมาทอดถวายสร้างกุฏิ โดยการนำของคุณเพิ่ม  พุ่มสุข  จนกุฏิเสร็จเรียบร้อย
  2. พ.ศ. 2525  คณะผ้าป่าสามัคคี จังหวัดชลบุรี โดยการนำของ คุณสุนทร  สุขชาติเจริญ เจ้าหน้าที่โรงงาน ป.ต.ท. สมุทรปราการ มาถวายสมทบทุนสร้างกุฏิ
  3. บริษัทบุญรอดบริเวอร์รี่  ได้มาขอความร่วมมือจากทางวัดจัดแสดงโบราณวัตถุที่ปู่ย่าตายายเคยปฏิบัติ เมื่อครั้งนำพระบรมธาตุศรีจอมทองมาที่วัดแล้วทางบริษัทถ่ายทำวีดีโอเทป นำออกเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7
  4. วิหารศิลปกรรมล้านนาไทย ทรงสภาพเดิมแต่แรก สร้างลายดอกกูดหน้าจั่ว หน้าบันไม่ซ้ำแบบใคร โดยเฉพาะลายเมฆพื้นเพดานในวิหารจำนวนหลายร้อยดอกไม่ซ้ำแบบกัน เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2527 คุณนริศ  ผดุงไทย หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ ได้สำรวจวัดอินทราวาส ท่านชมเชยว่าสร้างได้สวยงามมาก
  5. ศาลาจัตุรมุขทรงศิลปกรรมแบบล้านนาไทยลักษณะอ่อนช้อยงดงาม  หลังคามุงกระเบื้องดินเผาตาปูตีไม้ระแนงทำขึ้นเอง  นอกจากนั้นใช้ลิ่มไม้สักยึดความมั่นคงแข็งแรงทั้งหลัง  ตั้งแต่แรกสร้างถึง พ.ศ. 2527 นานถึง 126 ปี ศาลาที่สร้างคราวเดียวกันนี้จะหาดูไม่ได้ที่ไหนในจังหวัดเชียงใหม่  นอกจากวัดอินทราวาสแห่งเดียวเท่านั้น
  6. วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2527 เวลา 15.30 น. นายชัยยา  พูนศิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานนำผ้าป่าเรียก “ผ้าป่าเชียงใหม่สามัคคีการกุศล ประจำปี พ.ศ. 2527” ถวายเพื่อเป็นทุนบูรณะอนุรักษ์โบราณวัตถุให้ความมั่นคงถาวรสืบต่อไป สำหรับอนุชนของชาติไทยจะได้ใช้เป็นที่ศึกษาค้นคว้าศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมของชาติไทยต่อไป

 

ที่มา :  (ปวงคำ ตุ้ยเขียว. ประวัติวัดอินทราวาส (ต้นเกว๋น) ต.หนองควาย อ.หางดง เชียงใหม่.  เชียงใหม่ : ม.ป.พ., 2527 หน้า 1-8)

โครงการหลวงห้วยผักไผ่ (ทุ่งเริง) 

ตั้งอยู่ที่บ้านแม่ฮะ ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง บนเส้นทางสายหางดง-สะเมิง (ทางหลวงหมายเลข 1269) ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 15-16 หากไปทางหางดงจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ แยกเข้าไปประมาณ 2.5 กิโลเมตร สามารถเดินทางจากเชียงใหม่ได้สองทาง คือ ตามทางสายเชียงใหม่-แม่ริม-สะเมิง-หางดง ระยะทาง 32 กิโลเมตร และเส้นทางสายเชียงใหม่-หางดง-สะเมิง ระยะทาง 43 กิโลเมตร พันธุ์ไม้ที่ปลูกคือ กุหลาบหนูที่จะปลูกกันทั้งปี และยังมีผักยอดซาโยเต้ ลูกฟักแม้ว มะเขือม่วงก้านเขียว ถั่วแขก และมะระขาว เป็นต้น

 

บ้าน ๑๐๐ อัน ๑,๐๐๐ อย่าง (บ้านร้อยอันพันอย่าง) 

เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่รวบรวมงานแกะสลักไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้สัก งานแต่ละชิ้นได้รับการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง เช่นไม้ขี้เหล็กสลักภาพครูบาศรีวิชัยไม้ขี้เหล็กเนื้อแข็งมากและแกะยาก จนอาจทำให้เครื่องมือเสียได้ ผู้แกะใช้ไม้เนื้อนี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่ครูบาศรีวิชัยได้ต่อสู้ฝ่าฟันมา นอกจากนี้ยังมีไม้แกะพญางิ้วดำซึ่งเป็นไม้หายาก ค่าเข้าชม 100 บาท นักศึกษามาเป็นคณะ คนละ 50 บาท นักเรียนมาเป็นคณะคนละ 10 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 5335 5819, 0 5382 2649

 

บ้านถวาย

                อยู่ถัดจากเหมืองกุงไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 15 ถึงห้องสมุดประชาชนอำเภอหางดง จึงแยกซ้ายเข้าหมู่บ้าน มีโรงงานผลิตไม้แกะสลักเพื่อจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง มีชื่อเสียงในการทำผลิตภัณฑ์เลียนแบบของเก่า ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมการผลิตและซื้อเป็นสินค้าที่ระลึกได้

 

ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ 

ตั้งอยู่บนถนนสายเชียงใหม่-หางดง เป็นที่รวมศิลปะและวัฒนธรรมของล้านนา เป็นหมู่เรือนไทยไม้สักประตูหน้าต่างประดับด้วยไม้แกะสลักอย่างสวยงาม ภายในบริเวณมีพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณ "สบันงา" มีร้านขายของที่ระลึกอยู่หลายร้าน และมีหมู่บ้านชาวเขาให้เที่ยวชม ส่วนในตอนกลางคืนมีบริการอาหารเย็นแบบ“ขันโตก” ซึ่งประกอบด้วยอาหารเหนือ เช่น แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง แคบหมู เป็นต้น โดยนักท่องเที่ยวจะรับประทานอาหารและชมการแสดงฟ้อนพื้นเมืองไปพร้อมๆ กัน เมื่อเสร็จสิ้นการแสดงฟ้อนรำพื้นเมืองแล้ว นักท่องเที่ยวจะได้ชมการแสดงของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ม้ง (แม้ว) อีก้อ มูเซอ เย้า และลีซอ อีกทั้งแต่ละเผ่ามีการแสดงที่ไม่เหมือนกัน โดยแสดงทุกวันตั้งแต่เวลา 19.00-22.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 5327 4540, 0 5327 5097 นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแห่งที่จัดกิจกรรมแบบนี้ เช่น คุ้มแก้วพาเลซ โทร. 0 5321 4315 ขันโตกบ้านร้อยจันทร์ โรงแรมปางสวนแก้ว โทร. 0 5322 4444 เป็นต้น

 

หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุง 

ผลิตภัณฑ์มีหลายอย่างเช่น หม้อแกง หม้อน้ำ แจกัน โดยเฉพาะน้ำต้น(คนโทใส่น้ำที่ชาวเหนือนิยมวางไว้หน้าบ้านให้ผู้ผ่านไปมา ได้ดื่มดับกระหาย)นั้นเป็นที่นิยมทั่วไปแก่คนที่พบเห็น ปัจจุบันได้มีการพัฒนากรรมวิธีในการผลิตและรูปแบบเครื่องปั้นดินเผา เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสีสันสดขึ้น แต่มีการทำเครื่องปั้นดินเผาในบางครัวเรือนเท่านั้น การเดินทาง บ้านเหมืองกุงอยู่ห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางเชียงใหม่-หางดง ประมาณ 10 กิโลเมตร และระยะทางห่างจากถนนสายวงแหวน (ทางหลวงหมายเลข 11 สนามบิน) ประมาณ 6 กิโลเมตร โดยอยู่ก่อนถึงทางแยกตัดใหม่สายหางดง-สะเมิงเพียงเล็กน้อย 

 

อุทยานแห่งชาติออบขาน 

มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 484 ตารางกิโลเมตร หรือ 302,500 ไร่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ สะเมิง หางดง แม่วาง และสันป่าตอง ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูนและหินอัคนี ประกอบด้วยป่าประเภทต่างๆ ได้แก่ ดิบเขา สนเขา ดิบแล้ง เบญจพรรณ และ เต็งรัง เป็นต้นกำเนิดน้ำแม่วาง น้ำแม่วิน และน้ำแม่ขาน และที่นี่เป็นแหล่งที่พบเอื้องมณีไตรรงค์แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งจะบานในช่วงเดือนมกราคม 

(ที่มา : http://www.lannafood.com/travel_city4.php)

ฐานข้อมูล
สถิติ
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 690805