Home

แหล่งท่องเที่ยวอำเภอดอยสะเก็ด

โป่งน้ำร้อน 

                 อาบน้ำแร่ธรรมชาติ ผ่อนคลายสุขภาพในบริเวณร่มรื่น ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านโป่งกุ่ม ระยะทางห่างจากอำเภอ ประมาณ 13 กิโลเมตร

 

 

บ้านปางแดง

                 วิถีชีวิตของชุมชนชาวกระเหรี่ยงบ้านปางแดง หมู่บ้านกระเหรี่ยงที่มีวิถีชีวิตผูกผันกับผืนป่า    ขุนเขา และสายน้ำ ด้วยความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย อาศัยหลักการพึ่งพิงธรรมชาติ

 

น้ำตกห้วยหม้อ

                 ชมน้ำตกงามกลางป่าธรรมชาติ สายธารไหลลดหลั่นไปตามโขดหิน รายล้อมด้วยป่าไม้ ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านโป่งกุ่ม

 

น้ำตกป่าสัก

เป็นน้ำตกที่สวยงาม ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 บ้านป่าสักงาม ตำบลลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

 

เขื่อนแม่กวง

เป็นเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในตำบลลวงเหนืออำเภอดอยสะเก็ด มีธรรมชาติสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีร้านอาหาร และที่ตกปลา

(ที่มา : http://gotoknow.org/blog/doisaket2552/305833)

 

น้ำตกห้วยผาตีน

ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บ้านปางแฟน ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

 

สวนรุกขชาติดงเย็น

สวนรุกขชาติดงเย็น ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บ้านโป่งกุ่ม ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ (http://www.thaitambon.com/tambon/ttrvList.asp?ID=500513)

 

   

 

 วัดพระบาทปางแฟน

ตั้งอยู่เลขที่ 50 บ้านปางแฟน หมู่ 5 ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ หรือสนใจดูข้อมูลเพิ่มเติม http://www.watphrabatpangfan.com 

 

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้

 

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ ตั้งอยู่ ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 

ข้อมูล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริจัดตั้งบริเวณป่าขุนแม่กวง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 8,500 ไร่ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลอง วิจัย เพื่อหารูปแบบของการพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ภาคเหนือ และเผยแพร่ให้แก่ราษฎร เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเอง โดยศึกษาพัฒนาป่าไม้ 3 อย่าง 3 วิธี เพื่อประโยชน์ 4 อย่างคือ มีไม้ใช้สอย ไม้ผล ไม้เชื้อเพลิง ซึ่งจะอำนวยประโยชน์ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตลอดจนความชุ่มชื้นเอาไว้เป็นประโยชน์อย่างที่ 4 และพื้นที่ต้นน้ำลำธารให้ได้ผลอย่างสมบูรณ์เป็นหลัก โดยต้นทางเป็นการศึกษาสภาพพื้นที่ป่าไม้ต้นน้ำลำธาร และปลายทางเป็นการศึกษาด้านการประมงตามอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ผสมกับการศึกษาด้านการเกษตรกรรม ปศุสัตว์และโคนม รวมทั้งเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นศูนย์ที่สมบูรณ์แบบ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อราษฎรที่จะเข้ามาศึกษากิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ฯ และนำไปใช้ปฏิบัติอย่างได้ผลต่อไป ดังพระราชดำริว่า "ให้ศูนย์ศึกษาพัฒนาฯ ทำหน้าที่เสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต"

เหตุจากการพัฒนาแนวพระราชดำรัส ทรงนำวิถีแห่งภูมิปัญญาชาวบ้านหรือที่ชาวบ้านเรียกขานทั่วไปว่า "ฝายแม้ว" โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติช่วยกระจายความชุ่มชื้น เหมือนอยู่กับในหน้าฝน จึงเป็นแนวป้องกันไฟป่าเปียก หรือ Wet Fire Break ที่ประสบความสำเร็จ

ผู้ที่สนใจเข้าชมได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 8.30-16.30 น. หากต้องการวิทยากรนำชมติดต่อล่วงหน้าที่ โทร. 0 5338 9228-9 และผู้ที่ต้องการใช้บ้านพักรับรอง หรือกางเต็นท์พักแรมต้องนำอุปกรณ์มาเองโดยติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า เว็บไซต์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้

การเดินทาง

ใช้เส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย ประมาณ 23 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาเข้าศูนย์อีกประมาณ 1 กิโลเมตร 

(ที่มา : http://www.annaontour.com/province/chaengmai/huayhongkrai.php)


เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาหัวยฮ่องไคร้ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ทรงนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ เข้าชมกิจการโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้

ประวัติความเป็นมา

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อ ๑๔ ปีก่อน ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ไปเยี่ยมเยือนภาคเหนือของไทย เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน ต่างนิยมชมชื่นว่าเป็นดินแดนที่มีธรรมชาติและวัฒนธรรมงดงาม แต่…พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบทภาคเหนือ ทรงทราบว่า มีพื้นที่ภาคเหนือซึ่งส่วนมากเป็นภูเขา ที่เคยมีป่าไม้ต้นน้ำลำธารอุดมสมบูรณ์ ถูกราษฎรโดยเฉพาะชาวเขาบุกรุกทำลายเพื่อประกอบอาชีพเลี้ยงชีวิต โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ได้ทำลายพื้นดินให้เปลี่ยนสภาพเสื่อมโทรมลงเป็นจำนวนมาก ทรงตระหนักในทันทีว่า จำเป็นต้องเร่งรีบแก้ไขโดยการพัฒนาพื้นดิน พัฒนาอาชีพ และพัฒนาคน เพื่อบรรเทาและหยุดยั้งการทำลายป่า ซึ่งจะนำอันตรายใหญ่หลวงมาสู่ส่วนรวมในอนาคต

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๕ ณ บริเวณพื้นที่ต้นน้ำ ห้วยฮ่องไคร้ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่โครงการประมาณ ๘,๕๐๐ ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ "ป่าขุนแม่กวง" ภูมิประเทศทั่วไปเป็นป่าเขา และต่อมาได้จัดตั้งศูนย์สาขาอีก ๔ แห่ง คือ

๑. โครงการศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
๒. โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่ปิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอฮอด อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน
๓. โครงการพัฒนาพื้นที่ป่าขุนแม่กวง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย
๔. โครงการพัฒนาดอยตุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ มีเป้าหมายในการศึกษาและทดสอบหารูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับพื้นที่บริเวณต้นน้ำลำธารของภาคเหนือทั้ง ด้านการพัฒนาป่าไม้ และการพัฒนาอาชีพ เพื่อนำออกสาธิตเป็นแบบอย่างให้หน่วยราชการและราษฎรนำไปปฏิบัติ เพื่อพัฒนาท้องถิ่นต่อไป

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ดำเนินกิจการสำคัญ ๆ ได้แก่
๑. งานศึกษาพัฒนาแหล่งน้ำจัดสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดต่าง ๆ บนสันเขา สร้างฝายต้นน้ำเพื่อกระจายน้ำให้พื้นที่กลับชุ่มชื้น
๒. งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้ ปลูกสร้างสวนป่าใหม่ ฟื้นฟูบำรุงรักษาป่าธรรมชาติที่เหลืออยู่ ปลูกพันธุ์ไม้เสริม ช่วยการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติของไม้ต้นเล็ก ศึกษาพัฒนาระบบเกษตรป่าไม้ ศึกษาวิจัยต้นน้ำลำธาร และนิเวศน์ป่าไม้ ตลอดจนศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าในพื้นที่ต้นน้ำลำธารเพื่อพัฒนาป่า
๓. งานศึกษาและพัฒนาที่ดิน จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำสำหรับพื้นที่ลาดชันที่ทำประโยชน์ทางเกษตรกรรมไม่ได้
๔. งานศึกษาและทดสอบการปลูกพืชประเภทไม้ผล ได้แก่ มะม่วง ลิ้นจี่ ลำไย มะขามหวาน ฯลฯ ตลอดจนพืชอุตสาหกรรม เช่น แมคคาเดเมีย กระทกรกฝรั่ง มะม่วงหิมพานต์ และพืชผัก เช่น กะหล่ำ มะเขือ แตง และเห็ด
๕. งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรมแบบประณีต โดยปลูกไม้ยืนต้นเป็นแถว และปลูกไม้ล้มลุกที่เป็นยาและอาหารแทรกเพื่อเกิดรายได้ควบคู่กันไป
๖. งานศึกษาและพัฒนาปศุสัตว์ โคนม และสัตว์ปีก
๗. งานศึกษาและพัฒนาการประมง ศึกษาวิจัยการเพาะเลี้ยงปลา วางระเบียบการจับปลาในอ่างน้ำเพื่อมิให้มีการทำลายพันธุ์ปลา
๘. งานอนุรักษ์และพัฒนาอาชีพเลี้ยงกบ
๙. งานปลูกหญ้าแฝก ศึกษาทดลองการปลูกหญ้าแฝก เพื่อป้องกันหน้าดินพังทลายเป็นการสนองพระราชดำริ
๑๐. งานพัฒนาหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ โดยพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และส่งเสริมการเกษตรอุตสาหกรรมเพิ่มพูนรายได้ด้วย

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ก็เช่นเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอื่น ๆ ที่มีหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานร่วมรับผิดชอบดำเนินการสนองพระราชดำริ เช่น กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง ฯลฯ

เมื่อศูนย์ฯ ได้ศึกษาทดลองด้านต่าง ๆ ได้ผลเป็นที่น่าพอใจแล้ว ได้นำออกเผยแพร่ ฝึกอบรม ส่งเสริมให้ราษฎร และหน่วยราชการนำไปปฏิบัติ เพื่อให้มีอาชีพที่มั่นคงมีรายได้เลี้ยงคน และครอบครัว พัฒนาท้องถิ่นเป็น การพัฒนาแบบยั่งยืน ที่ได้ผลสมตามพระราชประสงค์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาผู้ทรงพระปรีชาสามารถล้ำเลิศ ทรงรักและเอื้ออาทรในทุกข์สุขของราษฎรถ้วนหน้า ทรงทุ่มเทอุทิศพระองค์ด้วยพระอัจฉริยภาพ และพระวิริยะอุตสาหะสูงยิ่ง แม้ใช้เวลานานนับสิบปีกว่าจะเห็นผลก็มิได้ทรงย่อท้อ

พระเสโสทุกหยาดหยด คือ น้ำอมฤตที่หลั่งลงพลิกฟื้นผืนแผ่นดินไทยให้กลับเป็นแผ่นดินทอง และชุบชีวิตราษฎรในชนบทให้สามารถดำรงชีวิตด้วยความผาสุกสมตามอัตภาพ
ที่ตั้งโครงการ


ตั้งอยู่บริเวณป่าขุนแม่กวง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ ๓๔ กิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข ๑๐๑๙ สายเชียงใหม่-เชียงราย มีพื้นที่ดำเนินการทั้งหมดประมาณ ๘,๕๐๐ ไร่ ซึ่งภูมิประเทศทั่วไปเป็นป่าเขา โทร (๐๕๓) ๒๔๘๐๐๔ โทรสาร (๐๕๓) ๒๔๘๔๘๓

(ที่มา : http://www.thaimonarchs.com/site/index.php?option=com_content&view=article&id=24:study-center-05&catid=29:royal-development-study-center&Itemid=38)

สวนพฤกษศาสตร์ทวีชล ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

สวนพฤกษศาสตร์ทวีชล ตั้งอยู่ที่ถนนเชียงใหม่ - ดอยสะเก็ด ตำบลเชิงดอย สิ่งที่น่าสนใจ ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1. ศูนย์รวมพันธุ์ไม้ เป็นส่วนที่จัดแสดงพันธ์ไม้ประเภทต่างๆ เช่น ปาล์ม กว่า 58 ชนิด พืชจากป่าเมืองร้อน กระบองเพชร บอนสี สวนต้นไม้ประจำจังหวัด 2.สวนไม้ดัด ซึ่งดัดเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น ยีราฟ, คิงคองสูง 6 เมตร และพญานาคยาว 130 เมตร ไม้ดัด 12 ราศรี พร้อมคำพยากรณ์ 3. สวนสัตว์ สัตว์ที่นำมาแสดงได้แก่ อูฐ กวาง นกกระจอกเทศ คาศวารี่ เป็นต้น 4.พิพิธภัณฑ์ ประกอบด้วยห้องหลักๆ 4 ห้อง คือ ห้องประดิษฐานพระแก้วขาวจำลอง ห้องเจ้าดารารัศมี ห้องชายหาญ ซึ่งแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆของชาวล้านนาในอดีต ห้องธารสินแสดงเครื่องรางของขลังของเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง มีบริการพาทัวร์สวนโดยรถแทรม มีรถจักรยาน เรือ ให้เช่าเพื่อชมสถานที่ และมีบริการแคมปิ้งสำหรับกลุ่มนักเรียน และโรงแรมที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00-16.30 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

รายละเอียด โทร. 053-867151 เว็บไซต์ www.tweecholbotanicgarden.com

(ที่มา : http://www.annaontour.com/province/chaengmai/suanpuaksasastaweechol.php)

 

อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้

ด้วยจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่งเช่น น้ำตก อ่างเก็บน้ำ เขื่อน หน้าผา และยอดเขาที่สูงเด่น เป็นต้น มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 696,250 ไร่ หรือ 1,114 ตารางกิโลเมตร 

ฐานข้อมูล
สถิติ
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 690814