:: รายการ ::
:: ย้อนกลับ ::
:: ไปข้างหน้า ::
:: admin ::
 
   
     
     
จิตรกรรมเรื่องคัทธนกุมารหรือคัทธนะจิกุ่งดีด

          จิตรกรรมเรื่องคัทธนกุมารหรือคัทธนะจิกุ่งดีด เป็นภาพเขียนสีฝุ่น ปรากฏอยู่โดยรอบ ฝาผนังด้านในของวิหารจตุรมุข วัดภูมินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เขียนขึ้นระหว่าง พ.ศ.2410-2417

          เนื้อเรื่องมีว่า คัทธนะเป็นบุตรของแม่นมแห่งเมืองศรีสะเกษ ก่อนที่จะเกิดมานั้น ผู้เป็นแม่ได้ดื่มน้ำในรอยเท้าช้าง ทำให้คัทธนะมีพลกำลังมหาศาล ได้ต่อสู้ชนะยักษ์ตนหนึ่ง ยักษ์จึงให้ของวิเศษคือ น้ำเต้าทิพย์ ต่อมาพญาเจ้าเมืองยกเมืองให้ปกครอง หลังจากนั้นคัทธนะจึงออกเดินทาง ตามหาพญาช้างผู้เป็นพ่อ ระหว่างทางได้สหาย 2 คน คือ อ้ายไผ่ร้อยกอ และอ้ายเกวียนร้อยเล่ม เมื่อสามารถปราบยักษ์อีกตนหนึ่งได้ ก็ได้ของวิเศษ 2 อย่าง คือ ไม้เท้ากับพิณสามสาย ครั้นช่วยชีวิตของราชธิดา สององค์ให้พ้นจากอันตราย คัทธนะได้ยกเมืองให้สหายทั้งสองปกครองแทน ภายหลังคัทธนะเดินทางมาถึงเมืองจัมปานคร และสามารถปราบยักษ์ได้ เจ้าเมืองจึงยกนางสีดากัลยาและบ้านเมืองให้อีก

          สำหรับวิหารจตุรมุข วัดภูมินทร์ นั้น เป็นวิหารแบบล้านนา แต่มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นแตกต่างจากวัดอื่นๆ คือ “พรหมสี่หน้า” กลางวิหาร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ ผู้สร้างวัดแห่งนี้นั่นเอง ตามประวัติของวัดและพงศาวดาร น่านกล่าวว่า วัดนี้สร้างโดยฝีมือช่างไทลื้อ ในสมัยเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เมื่อ พ.ศ.2135 (หลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี ) และสร้างขึ้นภายหลังวัดช้างค้ำ 45 ปี บางตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2138 และมีชื่อเดิมว่า “วัดพรหมมินทร์”

ภาพผู้หญิงที่ปรากฏในจิตรกรรมเรื่องคัทธนกุมาร

          ด้วยเหตุที่เป็นชาดก เนื้อเรื่องเกี่ยวกับกษัตริย์หรือเป็นเรื่องจักรๆ วงศ์ๆ ฉะนั้นภาพผู้หญิงที่ปรากฏในจิตรกรรม เรื่องคัทธนกุมาร จึงไม่ต่างจากภาพจิตรกรรมที่วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ ซึ่งมีทั้งหญิงชาววังและหญิงชาวบ้าน สิ่งที่โดดเด่นเห็นได้ชัดและถือเป็นเอกลักษณ์ของล้านนาก็คือ การแต่งกาย โดยเฉพาะผ้าซิ่นของตัวละครหญิงทั้งคนและยักษ์ นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นสภาพสังคม วิถีชีวิต วัฒนธรรมของคนในพื้นที่อย่างชัดเจน เช่น ภาพผู้หญิงกำลังทอผ้า อันเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของหญิงล้านนา ภาพการแอ่วสาว การไปตลาด การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ภาพสุนัขตามเห่าชาวเขา และยังมีภาพที่แสดงให้เห็นถึงการรับอิทธิพลจากกรุงเทพฯ การติดต่อกับชาวต่างชาติ เป็นต้น

ภาพหญิงชาวบ้าน

แม่ของเจ้าคัทธนะดื่มน้ำอมฤตจากรอยเท้าช้าง


นางยักษ์พยายามฆ่าแม่ของคัทธนกุมารเพื่อจะเอาเป็นอาหาร
โดยการดึงมวยผมฟาดลงกับพื้น


คัทธนกุมารดึงผมนางยักษ์จนล้มลง แล้วจะใช้ดาบฟันนางให้ตาย
นางจึงขอร้องให้ไว้ชีวิต


นางยักษ์มอบน้ำทิพย์และบอกตำแหน่งของขุมทองให้คัทธนกุมาร


คัทธนกุมารและแม่หาบทองมาแบ่งปันให้กับชาวบ้าน


บ่าวมาแอ่วสาว ขณะสาวลงข่วงปั่นฝ้าย


แสดงวิถีชีวิตชาวบ้าน ที่ผู้หญิงจะทอผ้าไว้สวมใส่เองและสำหรับคนในครอบครัว


หญิงสาวกำลังเหน็บดอกไม้ที่มวยผม


หญิงสาวนั่งบนเก้าอี้ สูบบุหรี่อย่างสบายใจ
แสดงถึงการได้รับอิทธิพลตะวันตกคือ การนั่งเก้าอี้แบบตะวันตก


หนุ่มสาวซุบซิบเกี้ยวพาราสีกัน


ภาพหญิงชาวเขาเดินอยู่ในเมือง มีสุนัขตามเห่าอยู่ข้างๆ เพราะเห็นคนแปลกหน้า
เป็นภาพที่เห็นเจนตาสำหรับชาวบ้านทั่วไป


หญิงสาวแต่งกายแบบล้านนา


แม่กำลังให้นมลูก


สาวๆ กำลังจะไปตลาดในเมืองอินทปัฏนคร โดยมีหนุ่มๆ เดินตามอย่างใกล้ชิด


ภาพหญิงชาววัง

เจ้าคัทธนะถามนางคำสิงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองของนาง


นางกำนันถวายบุหรี่ให้เจ้าคัทธนะ


เจ้าคัทธนะและนางกลองศรี
การแต่งกาย ทรงเครื่องอย่างชาววัง แต่ผ้าซิ่นผู้หญิงแบบล้านนา


เจ้าคัทธนะมาช่วยนางกลองศรีที่ถูกนางยักษ์จับตัวไป


เหล่านางกำนันนั่งเฝ้าหมอบเบื้องหน้าเจ้าคัทธนะ
ภายในท้องพระโรง


ฝรั่งต่างชาติเข้ามาในเมืองไทยสมัยรัชกาลที่ 5


   
สงวนลิขสิทธิ์ 2547 โดย สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
Social Research Institute Chiang Mai University© All Rights Reserved

contact webmaster : webmaster@maeyinglanna.com