สำนักงาน ป.ป.ส.

   
 
หัวข้อเรื่อง : ผลกระทบจากนโยบายการปราบปรามยาเสพติดต่อรูปแบบการใช้ยาเสพติดในกลุ่มผู้ฉีดยาเสพติดซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของการติดเชื้อ เอช ไอ วี

นักวิจัย :ทัศนัย วงศ์จักร กนกพร วิบูลย์ณัฐกุล สุรินดา กาวิชัย รัชนีกร คำปัน อลงกรณ์ จันทร์เทียน ภัทรพล คำพรม ศิรเศรษฐ เนตรงาม ชลนที ปานพาน ปริญญา จองไพจิตรสกุล สว่าง ยั่งยืนกุล น้ำทิพย์ ศรีรักษ์ จรูญ จิตติวุฒิการ อภินันท์ อร่ามรัตน์

เนื้อหา : ระหว่างกำลังดำเนินการวิจัย โครงการ “การศึกษานำร่องของการอบรมเครือข่ายเพื่อนสอนเพื่อน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ เอช ไอ วี ในกลุ่มและเครือข่ายผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด” รัฐบาลไทยโดยการนำของ พ.ต.ท .ทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศสงครามเพื่อเอาชนะยาเสพติดขั้นแตกหัก โดยมุ่งเน้นที่จะปราบปรามให้หมดไปจากสังคมไทย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 เป็นต้นมา นโยบายดังกล่าวก่อให้เกิดความกดดันต่อกลุ่มผู้ใช้ยาให้เลิกใช้หรือเข้ามอบตัวเพื่อรับการบำบัดรักษา นอกจากนี้คนในชุมชนยังร่วมใจกันต่อต้านทั้งผู้ค้าและผู้ใช้ ทำให้ยาเสพติดเริ่มขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้นมาก ส่งผลต่อรูปแบบการใช้ยาเสพติดในกลุ่มผู้ฉีด ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อ เอช ไอ วี

วิธีการศึกษา : ได้ทำการศึกษาแบบภาคตัดขวาง ตั้งแต่ วันที่ 1 ถึง 30 เมษายน 2546 ในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยการติดตามผู้ที่เคยเข้ารับการบำบัดรักษาและไม่เคยรับการบำบัดรักษาแต่มาจากการแนะนำของเพื่อนซึ่งได้ผ่านการเข้าร่วมโครงการการศึกษานำร่อง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2545 จำนวน 263 คน โดยถามความสมัครใจด้วยวาจา และไม่มีการระบุ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ จากนั้นทำการสำรวจด้วยแบบสัมภาษณ์ ซึ่งครอบคลุมข้อมูลในด้านประชากรศาสตร์ รูปแบบการใช้ยา การใช้สิ่งทดแทนทั้งผิดกฎหมายและถูกกฎหมาย

ผลการศึกษา : จากอาสาสมัคร 263 คนสามารถติดตามได้ 165 คน (62.7%) ไม่พบ 98 คน สาเหตุเนื่องมาจากมีการย้ายออกจากนอกพื้นที่มากที่สุด อาสาสมัครที่พบ อายุ 30 ปี ขึ้นไป 100/165 (60.3%) เป็นคนไทยพื้นราบ 93 คน (56.4%) ชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ได้แก่ กะเหรี่ยง จีนฮ่อ ม้ง ลาฮู ไทยใหญ่ 72 คน (43.6%) ในกลุ่มที่พบนี้ยังมีการฉีดยาเสพติดอยู่ 24 คน (14.6%) ไม่ได้ฉีดยาเสพติด 141 คน (85.4%) ซึ่งการหยุดฉีดเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่รัฐบาลประกาศใช้นโยบาย ฯ 98 คน (69.5%) โดยให้เหตุผลว่าเฮโรอินหายาก ราคาแพง 84 คน (60.0%) กลัวถูกจับและกลัวถูกฆ่า 6 คน (4.2%) ในจำนวนที่หยุดฉีด 141 คนนี้พบว่า เปลี่ยนวิธีจากฉีดเป็นสูบ สูดหรือดม สิ่งที่ผิดกฎหมาย 45 คน (32.0%) มีการใช้สิ่งที่ถูกกฎหมายทดแทน ได้แก่ เหล้า ยานอนหลับ โดมิกุม 55 คน (39.0%) หยุดการใช้ยาเสพติดจริง ๆ 41 คน (29.0%) นอกจากนี้ยังพบว่าคนที่ฉีดยาเสพติดอยู่ 24 คน 13/24 (54.2%) มีการใช้ยาเสพติดวิธีอื่นร่วมด้วย

สรุปผล : นโยบายการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลในช่วง 3 เดือนแรก ส่งผลให้ผู้ที่เคยฉีดยาเสพติดหยุดการฉีดได้ประมาณ 70% ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างสูง จึงควรทำการศึกษาเพื่อหาแนวทางในการสนับสนุนให้ประชากรกลุ่มนี้ได้มีการหยุดฉีดอย่างต่อเนื่อง และหารูปแบบในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ เอช ไอ วี ให้กับผู้ที่ยังมีการฉีดอยู่ อย่างไรก็ตามนโยบายของรัฐบาลอาจจะทำให้ผู้ใช้ยาเสพติดมีการย้ายที่อยู่ หลบซ่อนตัว ส่งผลให้มีการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันมากขึ้น ดังนั้นควรจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในแง่มุมดังกล่าวต่อไป

 

          เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดที่อยู่นอกเมืองกับกลุ่มที่อยู่ในเมือง พบว่า กลุ่มที่อยู่นอกเมืองจะมีการหยุดฉีดยาเสพติดมากกว่า (98% เทียบกับ 70.7% , p<0.001) ในกลุ่มที่หยุดฉีดพบว่า นอกเมือง จะมีการหยุดฉีดภายในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา ในเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่าในเมือง (78.4% เทียบกับ 54.7% , p<0.01) และจำนวนที่หยุดฉีดกับกลุ่มนอกเมืองก็ยังมีเปอร์เซ็นต์ที่ตอบว่าจะไม่กลับไปฉีดอีกถ้ามีโอกาสมากกว่ากลุ่มในเมือง (83.3% เทียบกับ 50.7% , p<0.001)