วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557
พิมพ์หน้านี้ | RSS

ยาเลิฟ

   
รายละเอียด ยาเลิฟ โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

จากข่าวผู้ปกครองนักเรียนหญิงที่ไปพบว่ามียาเม็ดชนิดกลม ขนาดเล็ก สีม่วง สีฟ้า จำนวนหลายเม็ดอยู่ในกระเป๋าหนังสือของลูกสาว ซึ่งเมื่อซักไซ้ไล่เรียงจึงทราบว่ายาดังกล่าวคือเหล้าแห้งกับยาเลิฟ ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนวัยรุ่นที่เสพเข้าไปแล้ว เด็กๆมักติดใจในรสชาติของมันที่(เด็กบอกว่า) ทำให้เคลิบเคลิ้ม มีความสุข ไม่เครียด ง่วงซึมและหลับ ยาตัวนี้ดีจริงอย่างที่ลูกหลานเราว่ามาหรือไม่ เพื่อการรู้เท่าทันมาทำความรู้จักกับยานี้กันดีกว่าไหมครับ


ยาเลิฟจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับยาอี


ยาเลิฟ หรือบางทีก้อเรียกว่ายาอี เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy) จัดว่าเป็นยาเสพติดในกลุ่มเดียวกัน จะแตกต่างกันในโครงสร้างทางเคมี จะมีองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญ คือ 3, 4- Methylenedioxymethamphetamine (MDME), 3, 4- Methylenedioxyamphetamine (MDA) และ 3, 4- Methylenedioxyethylamphetamine (MDE หรือ MDEA) ลักษณะของยาเหล่านี้สามารถพบได้ที่เป็นแคปซูลและเป็นเม็ดยาสีต่าง ๆ และเม็ดกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8-1.2 ซม. หนา 0.3-0.4 ซม. ผิวเรียบ และมักมีการประทับตราเป็นรูปต่าง ๆ เช่น กระต่าย ค้างคาว นก ดวงอาทิตย์ หรือตัวอักษร PT


ผลของยาเลิฟต่อร่างกาย


ยาเลิฟเมือกินเข้าไปจะออกฤทธิ์ได้ภายในเวลา 45 นาที และฤทธิ์ยาจะอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 6-8 ชั่วโมง ฤทธิ์ของยานี้จะไปกระตุ้นระบบประสาทในระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากนั้นจะมีฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง ผู้เสพจะรู้สึกร้อน เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ที่น่ากลัวมากกว่านั่นคือส่งผลต่อระบบประสาทในการรับรู้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด (Psychedelic) ทำให้การได้ยินเสียงและการมองเห็นแสงสีต่าง ๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม ควบคุมอารมณ์ตนเอง แต่ในวัยรุ่นที่คิดผิดจะชอบผลเช่นนี้เพราะคิดว่าจะทำให้สนุกสนานในเวลาสังสรรค์


แต่ผลจากวิจัยพบว่ายาเลิฟมีอันตรายอย่างรุนแรง แม้เด็กจะเริ่มเสพเพียง 1-2 ครั้ง ก็จะมีผล


· ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่งผลให้ผู้เสพมีโอกาสติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย

· ทำลายเซลส์สมองในส่วนที่ทำหน้าที่ส่งสารซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสำคัญในการควบคุมอารมณ์ให้มีความสุข ซึ่งผลจากการทำลายสมองส่วนดังกล่าว จะทำให้ผู้เสพเข้าสู่สภาวะของอารมณ์ที่เศร้าหมองหดหู่อย่างมากภายหลังยาหมดฤทธิ์ และยังพบอีกว่าผู้เสพยากลุ่มนี้มีแนวโน้มการฆ่าตัวตายมากกว่าคนปกติ


ผลของยาเลิฟต่อการเสพติด


ความจริงแล้วตัวยาเองมีฤทธิ์แค่กระตุ้นประสาทและหลอนประสาท แต่ผลจากยาที่คนไข้มักจะเสพเพื่อความสนุก ทำให้มีอาการติดยาทางจิตใจเท่านั้น ไม่มีอาการติดยาทางร่างกายที่จะทำให้ขาดยาตัวนี้ไม่ได้แต่อย่างใด


ทำไมจึงเรียกว่ายาเลิฟ


เหตุที่เด็กวัยรุ่นชอบยานี้ ก็เพราะผลจากยาในการกระตุ้นประสาท รู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา แต่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ วัยรุ่นตัวแสบจึงนำไปมอมยาหรือแอบให้สาวๆกินยานี้ด้วย พอควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก็อาจชักนำทำให้เกิดพฤติกรรมสำส่อนทางเพศ จึงเรียกกันว่ายาเลิฟ (Love) เพราะคิดว่ามีผลกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ


ใช้ยานี้ไปนานๆจะมีผลอย่างไร


ผลของยานี้จะไปทำลายระบบประสาท ทำให้เซลล์สมองส่วนที่ทำหน้าที่หลั่งสารในการควบคุมอารมณ์นั้นผิดปกติไป ระยะแรกๆอาจให้ผลทางจิตใจสดชื่นเบิกบาน แต่ผลในระยะยาวทำให้เกิดอาการซึมเศร้า หดหู่ อาจกลายเป็นโรคจิตประเภทซึมเศร้า (Depression) และอาจเกิดสภาวะอยากฆ่าตัวตาย


นอกจากนี้การที่สารซีโรโทนินลดลง ยังทำให้ธรรมชาติของวงจรการนอนผิดปกติไป ทำให้ผู้เสพมีจำนวนเวลาของการหลับสั้นลง หากหลับก็นอนหลับก็ไม่สนิท จึงเกิดอาการอ่อนเพลียขาดสมาธิเมือไปเรียนหนังสือ คุณภาพการทำงานลดลง


ยานี้ไม่ส่งผลให้ผู้เสพตายได้โดยตรง แต่เนื่องจากยานี้ผู้เสพนิยมกินระหว่างการไปปาร์ตี้ ผู้เสพมักควบคุมตัวเองไม่ได้มักจะสูญเสียเหงื่ออย่างมากจากการที่ยาไปกระตุ้นให้ตื่นตัวตลอดเวลาทำให้เต้นรำได้ตลอดงานไม่มีหยุด ทำให้เกิดสภาวะขาดน้ำอย่างฉับพลัน หลายรายมักจะ “อัพยา” ไปพร้อมกับดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปอย่างมาก หลายรายมักเสพยาชนิดอื่นๆร่วมด้วยไปอีก หรือในรายผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว จะทำให้เกิดอาการช็อกและเสียชีวิตได้


แหล่งข้อมูล

http://www.oknation.net/blog/DIVING


บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพและตอบแทนคุณแผ่นดินที่หล่อเลี้ยงวิชาชีพเภสัชกรคนนี้มาจนทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามเราก็ไม่แนะนำให้คุณนำไปใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรคด้วยตนเอง ขอความกรุณารับคำปรึกษาได้โดยตรงจากบุคลากรสหวิชาชีพทางสาธารณสุข รวมทั้งเภสัชกรใจดีทั้งหลายที่พร้อมดูแลสุขภาพพ่อแม่พี่น้องนะครับ


• NIDA InfoFacts: MDMA (Ecstasy) http://www.nida.nih.gov
• Ecstasy, www.ecstasy.org
• นายแพทย์วีรพล อุณหรัศมี ยา "อี" http://www.ramamental.com
ไฟล์ประกอบ ไม่มี
ปรับปรุงครั้งสุดท้าย จันทร์ ที่ 17 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2553 เวลา 14:30:34
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 15357   Share this knowledge on Facebook
Social Network
แสดงความคิดเห็น
เลิกเหล้าเข้าพรรษา
ศูนย์บริการวิชาการและพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติด
กลุ่มท้องถิ่นและภูมิภาคศึกษา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ : 053942568 โทรสาร : 053942572 E-Mail : srilocalcmu@gmail.com

หน้าหลัก | ผู้ดูแล