วันพุธ ที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2557
พิมพ์หน้านี้ | RSS

คีตามีน Ketamine [ยาเค]

   
รายละเอียด คีตามีน Ketamine
ชื่อทางเคมี 2 - o - Chlorophenyl - 2 - Methylaminocyclohexanone [ C13H16ClNO]


ชื่อทางการค้า Ketalar Super - K Ketaject Ket Vit.K KilKat Keller new Estasy Cat - Valium ยาเค
เคตาวา (Ketava) , เคตาลา (Ketalar) หรือ คาริบโซ่ (Calypzo)

สารออกฤทธิ์ Ketamine

ลักษณะรูปแบบ
เป็นผงผลึกสีขาว มีกลิ่นอ่อนๆเฉพาะตัว ละลายได้ดีในและแอลกอฮอล์
ผลึก หรือ เป็นน้ำบรรจุอยู่ในขวดสีชา

การออกฤทธิ์
คีตามีน หรือ ยาเค จัดอยู่ในกลุ่มยาสลบ แต่ผู้ที่ได้รับจะไม่สลบ เพียงรู้สึกเหมือน
ตัวเองหลุดออกจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ความวิตกกังวลลดลง เดินเซมีอาการ
เหมือนเมาสุรา พูดลิ้นพันกัน เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดสูงขึ้น ความสับสน ง่วงนอน และจำสิ พิษภัย หากได้รับยาในปริมาณมากจะทำให้เกิด
อาการคล้ายโรคจิต อาละวาดตามด้วยโคม่าและชัก การฟื้นจากฤทธิ์ยาจะรู้สึก
เหมือนตื่นจากฝันร้าย ตื่นเต้นง่าย เพ้อคลั่ง และอาจเกิดอาการประสาทหลอน

การควบคุมทางกฏหมาย เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (ลำดับที่ 35)
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 106 (พ.ศ.2541)
เรื่องระบุชื่อและจัดแบ่งประเภทวัตถุออกฤทธิ์
ตามความในพระราชบัญญติวัตถุที่ออกฤท ธิ์ต่อจิตและประสาท


ประวัติความเป็นมา เป็นยาที่มีอันตรายสูงที่แพทย์จะจ่ายให้กับผู้ป่วยเฉพาะเมื่อมี
ความจำเป็นจริงเท่านั้น ยาเคถูกสังเคราะห์ขึ้นเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์โดยใช้เป็นยาสลบมีชื่อเรียกในวงการแพทย์ว่า "KETAMINEHL" การนำไปใช้นั้นปกติแพทย์จะใช้ฉีดเข้าเส้นเลือดในอัตรา 1 ถึง 2 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยยาจะออกฤทธิ์ทำให้หมดสติภายในเวลา 1 นาที หรืออาจใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ แต่วิธีนี้จะใช้ปริมาณยามากกว่าการฉีดเข้าเส้นเลือดประมาณ 3 เท่า อาการหมดสติจากการใช้ยาเคจะเป็นอยู่นานประมาณ 10 - 15 นาที เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ยาเคจึงถูกนำมาใช้ในกรณี ของการผ่าตัดที่ใช้ระยะเวลาสั้น ๆ หรือใช้ทำให้ผู้ป่วยสลบก่อนที่จะผ่านไปสู่การใช้ยาสลบชนิดอื่น

ประเภทของยา
จัดเป็นยาควบคุมพิเศษตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2521


การแพร่ระบาด
มีการลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยกลุ่มนักค้าชาวต่างประเทศ และกลุ่ม
คนไทยที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศ มีลักลอบจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป มีการ
แพร่ระบาดตามเมืองใหญ่ และเมืองท่องเที่ยว เมืองชายทะเลของประเทศ แพร่
ระบาดในกลุ่มเยาวชนที่มีการศึกษาสูง ฐานะค่อนข้างดี สาเหตุที่ทำให้ยาเคกลาย
เป็นปัญหาเพราะวัยรุ่นบางกลุ่มได้นำยาเคมาสูดดมเพื่อเกิดอาการมึนเมา และมัก
พบว่ามีการนำยาเคมาใช้ร่วมกับยาเสพติดร้ายแรงชนิดอื่น เช่น ยาอี และ โคเคน


การออกฤทธิ์
ยาเค เป็นยาที่ออกฤทธิ์หลอนประสานอย่างรุนแรง เมือเสพเข้าไปจะรู้สึกเคลิบ
เคลิ้ม (Euphoria) รู้สึกว่าตนเองมีอำนาจพิเศษ (Mystical) มีอาการสูญเสีย
กระบวนการทางความคิด ความคิดสับสน การรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งภาพ แสง สี เสียงจะเปลี่ยนแปลงไป ตาลาย ร่างกายเคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กัน
หากใช้ปริมาณมากจะเกิดการติดขัดในการหายใจ (Respiratory depression) อาการที่ไม่พึ่งประสงค์เหล่านั้น (Bad Trip) จะปรากฎให้เห็นคล้ายกับอาการทางจิต ซึ่งหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะปรากฎอาการ เช่นนี้อยู่บ่อยๆเรียกว่า Flash back ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว จะทำให้ผู้เสพประสพกับสภาวะโรคจิต และกลายเป็นคนวิกลจริตได้

ผลต่อร่างกาย
การนำยาเคมาใช้ในทางที่ผิดย่อมก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ โดยนำให้เกิดผล
ดังนี้
1. ผลต่ออารมณ์ มีความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม มึนงง หรือที่เรียกว่าอาการ "Dissociation"
2. ผลต่อการรับรู้จะเปลี่ยนแปลงการรับรู้ทั้งหมดในขณะเสพ ไม่ค่อยตอบสนอง ต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งภาพ สี แสง
3. ผลต่อร่างกายและระบบประสาท เมื่อใช้ยาเคในปริมาณมาก ๆ ไม่เพียงแต่จะ ทำให้เกิดอาการติดขัด ในการหายใจเท่านั้น ยังทำให้เกิดการทางจิต ประสาทหลอน หูแว่ว กลายเป็นคนวิกลจริตได้

โทษทางกฎหมาย : จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 106 พ.ศ. 2541 ออกตามความใน พระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท พ.ศ. 2518 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 2541 ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก 5-20 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท
ไฟล์ประกอบ ไม่มี
ปรับปรุงครั้งสุดท้าย จันทร์ ที่ 17 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2553 เวลา 14:31:20
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 14125   Share this knowledge on Facebook
Social Network
แสดงความคิดเห็น
เลิกเหล้าเข้าพรรษา
ศูนย์บริการวิชาการและพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติด
กลุ่มท้องถิ่นและภูมิภาคศึกษา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ : 053942568 โทรสาร : 053942572 E-Mail : srilocalcmu@gmail.com

หน้าหลัก | ผู้ดูแล