ความเป็นมา

ปัญหาการแพร่ระบาดของสารเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่ต้องเร่งรัดแก้ไขและเฝ้าระวังป้องกัน เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบที่รุนแรงในหลายด้าน ทั้งด้านสุขภาพ ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านความมั่นคงของประเทศ และนายกรัฐมนตรี(พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์) ได้มีข้อสั่งการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2549 ว่า ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นวารแห่งชาติ ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจังในทุกภาคส่วน โดยเน้นแนวคิด “แก้ไขปัญหาที่คงเหลือ สถาปนาความมั่นคง และสร้างความยั่งยืน”

การป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติดให้เกิดประสิทธิผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วนในสังคมไทย และต้องมีองค์ความรู้ทางวิชาการสนับสนุนการดำเนินงาน รัฐบาลจึงประกาศนโยบายปฏิบัติการรวมพลังไทย ขจัดภัยยาเสพติด ร่วมเทิดไท้องค์ราชัน โดยใช้ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินในการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งยุทธศาสตร์ฯดังกล่าว ได้กำหนดให้มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษามีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาจัดตั้งศูนย์กลางการศึกษาปัญหายาเสพติด พัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับสารเสพติด และพัฒนารูปแบบและกระบวนการดำเนินงานที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสถานการณ์ปัญหาสารเสพติดรุนแรง กอปรกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีเจตนาอันแน่วแน่ ในการที่จะนำองค์ความรู้และทรัพยากรของมหาวิทยาลัย ร่วมป้องกันและแก้ไขทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนภาคเหนือและประเทศไทย ตามปณิธานในการก่อตั้งมหาวิทยาลัย ในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการดำเนินงานเพื่อตอบสนองนโยบายด้านการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐ และได้ให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาวิชาการ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน ทั้งการสร้างองค์ความรู้ และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการวางแผนงานและโครงการ การเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหา การบำบัดรักษาและฟื้นฟู มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงมีศักยภาพทางด้านองค์ความรู้ ด้านเทคโนโลยีและด้านบุคลากร ในการที่จะร่วมมือและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสารเสพติด และได้ให้ความร่วมมือทางวิชาการ และให้ความสนับสนุนการ ดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมาโดยตลอด และเพื่อให้การแก้ไขปัญหาสารเสพติดเกิดประสิทธิผลอย่างยั่งยืนเหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงได้มีข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา

การดำเนินงานศึกษาวิจัยและการพัฒนาวิชาการภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2545-2550 ได้เกิดผลงานวิจัยและการพัฒนาวิชาการจำนวนมากที่ เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติด แต่ยังขาดการผลักดันให้เกิดองค์ความรู้ดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในเชิงรุก เพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติด และเกิดความคุ้มค่าต่อการลงทุนสร้างองค์ความรู้ การสร้างสรรค์และพัฒนาวิชาการ ขณะที่ชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งถูกกำหนดให้รับผิดชอบการเฝ้าป้องกัน และแก้ไขปัญหาสารเสพติดในชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล ต้องการองค์ความรู้เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติงาน แต่ยังขาดหน่วยงานที่จะให้การสนับสนุนทางวิชาการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติด

เพื่อให้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บรรลุผลตามปณิธาน ในการเป็นศูนย์กลางทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง เป็นแหล่งสะสม ค้นคว้าวิจัย และถ่ายทอดความรู้ เพื่ออำนวยประโยชน์ต่อท้องถิ่นและประเทศชาติโดยส่วนรวม และเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่มุ่งเน้นการวิจัย มีการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีความเป็นเลิศทางวิชาการ สมดังวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมทั้งสามารถปฏิบัติภารกิจตอบสนองนโยบาย ในการแก้ไขปัญหายาดสพติดของรัฐบาล และบรรลุตามข้อตกลงทางวิชาการร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จึงได้มีการประชุมสัมมนาระดมความคิดเห็น ระหว่างนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางการพัฒนางานวิจัยและวิชาการ รวมทั้งรูปแบบและกระบวนการในการสร้างเสริม และพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติด ซึ่งผลการระดมความคิดเห็นทำให้ได้ข้อสรุปการดำเนินงานในระยะ 5 ปี ที่สอดคล้องกับพันธกิจด้านการวิจัยและการถ่ายทอดวิชาการและเทคโนโลยี เพื่อให้บริการวิชาการแก่ชุมชนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดังนี้

  1. เร่งรัดดำเนินงานสร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการวิจัย และด้านการปฏิบัติ
  2. ถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความร่วมมือ และความตระหนักในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติดแก่ทุกภาคส่วนในสังคม ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและระดับประเทศ
  3. ศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโนยีด้านการติดตาม ตรวจสอบเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติด
  4. พัฒนาระบบและกระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพติด
  5. สร้างศูนย์การจัดการความรู้เพื่อการเฝ้าป้องกันระวังและการแก้ไขปัญหาสารเสพติด

ด้วยเหตุผลและความเป็นมาดังกล่าวข้างต้นจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งศักยภาพและความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้และบุคลากรในการให้บริการวิชาการ เพื่อตอบสนองการแก้ไขปัญหาและส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นภาคเหนือและประเทศ จะต้องให้การส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ โดยการจัดตั้งศูนย์การจัดการความรู้เพื่อการเฝ้าป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติด

วัตถุประสงค์

  1. ศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบและ กระบวนการเฝ้าระวังป้องกัน และแก้ไขปัญหาสารเสพติดในชุมชน และการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพติด โดยชุมชน
  2. ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพด้านบุคลากร ด้านการวิจับและด้านปฏิบัติการป้องกัน และแก้ไขปัญหาสารเสพติด
  3. สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ทางวิชาการ และการปฏิบัติงาน ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ และระดับประเทศ เพื่อร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
  4. สร้างศูนย์จัดการความรู้ เพื่อการเฝ้าระวังป้องกัน และแก้ไขปัญาสารเสพติด โดยชุมชน