งานวิจัยเรื่อง การบริหารจัดการชุมชนริมน้ำ : กรณีศึกษาชุมชนริมแม่น้ำปิง ตำบลบ้านเรือน อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

(บทคัดย่อ)

ตำบลบ้านเรือนตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นพื้นที่ในเขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรือน นอกจากเป็นที่ตั้งชุมชนมอญแห่งเดียวในจังหวัดลำพูนแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของเวียงเกาะกลางซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีที่กำลังบูรณะและเตรียมการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ตามโครงการลำพูนสู่มรดกโลก สำหรับพื้นที่ศึกษาวิจัย คือชุมชนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำตลอดแนวลำน้ำปิงในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรือน ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ของชุมชนเป็นสวนลำไย รองลงมาเป็นพื้นที่ทิ้งว่าง และอยู่อาศัย ประชากรส่วนใหญ่ในชุมชนริมแม่น้ำปิงเป็นผู้สูงอายุ ประชากรวัยแรงงานและเยาวชนส่วนใหญ่ไปทำงานและศึกษาต่อในเมืองใหญ่เนื่องจากในชุมชนไม่มีแหล่งจ้างงานและไม่มีสถานศึกษาระดับสูง เยาวชนคนหนุ่มสาวจึงมีค่านิยม ความคิด ความเชื่อ และวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนมาก ซึ่งกำลังเป็นปัญหาต่อการสืบสานวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน

ด้านความสัมพันธ์กับแม่น้ำปิง พบว่า ปัจจุบันประชาชนเกือบไม่มีการพึ่งพาและใช้ประโยชน์จากแม่น้ำปิงเลย แม่น้ำปิงจึงขาดการบำรุงรักษา ทั้งยังถูกทำลายด้วยวิธีต่าง ๆ จนเกิดปัญหาหลายด้าน เช่น คุณภาพน้ำลดต่ำลง ท้องแม่น้ำตื้นเขิน สภาพภูมิทัศน์ริมน้ำถูกทำลาย มีการทิ้งขยะและระบายน้ำเสียลงแม่น้ำ มีการรุกล้ำพื้นที่ริมแม่น้ำ การสูญเสียพื้นที่ตลิ่งจากการกัดเซาะของแม่น้ำปิง ฯ ซึ่งผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรือนและประชาชนต่างเห็นตรงกันว่า ควรมีการปรับปรุงและพัฒนาภูมิทัศน์ริมแม่น้ำปิงเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาคุณภาพน้ำและการทำลายสภาพแวดล้อมริมแม่น้ำปิง ฯ

ส่วนผลการสำรวจและวิเคราะห์ศักยภาพและข้อจำกัดของพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำปิงพบว่า ชุมชนมีศักยภาพสูงด้านการเป็นชุมชนน่าอยู่แต่มีศักยภาพต่ำด้านการท่องเที่ยว ดังนั้น การจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำปิงจึงมุ่งเน้นที่การฟื้นฟูและปรับปรุงสภาพแวดล้อมชุมชนและสภาพภูมิทัศน์ริมแม่น้ำปิงเพื่อให้เป็นชุมชนน่าอยู่ โดยแผนพัฒนาที่จัดทำเป็นแผน เชิงบูรณาการที่ครอบคลุมทั้งด้านสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม และ เพื่อให้การพัฒนาชุมชนน่าอยู่เกิดความยั่งยืนจึงเสนอให้สร้าง กลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา และบริหารจัดการชุมชน โดยใช้รูปแบบคณะกรรมการร่วมระหว่าง องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรือน ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อ สร้างความเป็นเจ้าของชุมชนร่วมกัน

 

 

(ระเบียบวิธีวิจัย หรือวิธีการศึกษา)

ความสำคัญของการศึกษา
ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์การบริหารส่วนตำบล) ได้รับการมอบหมายให้ทำหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดการพื้นที่และจัดบริการสาธารณะตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 และจากการติดตามผลพบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังไม่สามารถจัดบริการสาธารณะได้อย่างที่คาดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจด้านการผังเมือง ซึ่งการบริหารจัดการพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำก็เป็นส่วนหนึ่งในภารกิจสำคัญดังกล่าว

เนื่องจากพื้นที่ริมแม่น้ำเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวต่อการถูกกระทบจากกระแสการพัฒนาทางเศรษฐกิจ จึงมีประเด็นปัญหาทั้งด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและด้านสิ่งแวดล้อม ทำการศึกษาวิจัยเพื่อหาแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของการใช้ประโยชน์และการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง



วัตถุประสงค์

  1. ศึกษาสภาพการบริหารจัดการชุมชนริมแม่น้ำและปัญหาชุมชนริมแม่น้ำ
  2. ศึกษาทัศนะและความคิดเห็นของผู้บริหารท้องถิ่นและประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำปิงเกี่ยวกับการบริหารจัดการชุมชนริมแม่น้ำปิง
  3. ศึกษาหารูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำ
  4. จัดทำแผนการบริหารจัดการพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำปิงโดยท้องถิ่น


ขอบเขตพื้นที่ศึกษา

ดำเนินการศึกษาวิจัยในพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำปิงในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรือน อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เนื่องจากเป็นพื้นที่เชื่อมโยงกับพื้นที่เมืองโบราณเวียงเกาะกลาง ซึ่งมีแผนที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ตามโครงการลำพูนสู่มรดกโลก โดยพื้นที่ศึกษาครอบคลุมพื้นที่ตลอดความยาวของแม่น้ำปิงในเขตองค์การบริหารส่วน ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ในเขตปกครองของหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ตำบลบ้านเรือน อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

กระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงานศึกษาวิจัย ( Research Methodology)

1) สำรวจข้อมูลจากเอกสาร แผนที่ ภาพถ่ายดาวเทียม ผลการศึกษาและผลการวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดเตรียมข้อมูลแผนที่พื้นฐาน
2) จัดทำแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณริมแม่น้ำโดยใช้โปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์( GIS )
3) วิเคราะห์รูปแบบการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินด้วยการซ้อนทับข้อมูลเชิงพื้นที่โดยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
4) สำรวจข้อมูลการบริหารจัดการชุมชนริมแม่น้ำและปัญหาที่เกิดขึ้นโดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรือน ผู้นำชุมชน และประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำ
5) วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม และแนวโน้มการขยายตัว
6) จัดทำแผนการพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่

กรอบแนวคิดในการวางแผน

กรอบแนวคิดในการวางแผนจะใช้แนวคิดการวางแผนเชิงบูรณาการ เพื่อให้แผนที่จัดทำสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล โดยการศึกษาจะพิจารณาปัจจัยทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ และจัดทำแผนพัฒนาที่ครอบคลุมทุกด้านที่เกี่ยวข้อง โดยแนวคิดการพัฒนาพื้นที่จะใช้แนวคิดการพัฒนาเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนเป็นแนวคิดหลัก

 

(บทสรุป)

สรุปผลการศึกษา

1. ตำบลบ้านเรือน ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นชุมชนมอญแห่งเดียวในจังหวัดลำพูน และเป็นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีเวียงเกาะกลางซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นเมืองที่ความเก่าแก่ไปถึงยุคหริภุญไชย จึงได้รับการส่งเสริมพัฒนาให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลำพูนเมืองมรดกโลก จากหลักฐานการขุดค้นแหล่งโบราณคดีเวียงเกาะกลาง ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า แม่น้ำปิงได้เปลี่ยนเส้นทางทำให้พื้นที่เวียงเกาะกลางในปัจจุบันตั้งอยู่ห่างจากริมแม่น้ำปิงค่อนข้างมาก ส่วนชุมชนริมแม่น้ำปิงในปัจจุบัน สันนิษฐานว่าในอดีตน่าจะเป็นชุมชนเดียวกับชุมชนในตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากทั้งสองตำบลนี้ต่างเป็นชุมชนมอญเช่นเดียวกัน แต่ปัจจุบันแม่น้ำปิงมีอีกบทบาทคือเป็นเส้นแบ่งพื้นที่ชุมชนมอญออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่อยู่ในตำบลบ้านเรือน อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน และกลุ่มที่อยู่ในตำบลท่าวังพร้าว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

2. ชุมชนริมแม่น้ำปิงที่ทำการศึกษา มีเขตพื้นที่ยาวตลอดแนวแม่น้ำปิงในตำบลบ้านเรือนและกว้างตั้งแต่ริมแม่น้ำปิงจนถึงถนนสายสบทา-ท่าลี่ มีขนาดพื้นที่ 596 ไร่หรือร้อยละ 14 ของพื้นที่ตำบลบ้านเรือน ครอบคลุมเขตปกครองของหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 มีครัวเรือนรวมทั้งสิ้น 434 ครัวเรือน พื้นที่ชุมชนส่วนใหญ่เป็นสวนลำไย รองลงมาเป็นพื้นที่ทิ้งว่าง และพื้นที่อยู่อาศัย

3. ผลการสำรวจสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และประชากร พบว่า ประชากรส่วนใหญ่(ร้อยละ36.0) ประกอบอาชีพรับจ้างรายวัน รองลงมาคือ ค้าขาย และเกษตรกรรม มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 4,000 บาท แหล่งงานสำคัญ คือ นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ ในด้านประชากรพบว่า กว่าร้อยละ 80.0 เป็นผู้ที่เกิดและอยู่อาศัยในชุมชนมาโดยตลอด ประชากรส่วนใหญ่ในชุมชนเป็นผู้สูงอายุ ปัญหาด้านเศรษฐกิจเป็นปัญหาสำคัญในชุมชน เนื่องจากในชุมชน ไม่มีแหล่งจ้างงานและไม่มีสถานศึกษาระดับสูง ประชากรวัยแรงงานและเยาวชนจึงต้องไปทำงานและศึกษาต่อในเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ หรือตัวเมืองลำพูน ทำให้เยาวชนคนหนุ่มสาวมีความคิด ค่านิยม และการดำเนินชีวิตที่ต่างจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชน ซึ่งเป็นปัญหาต่อการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี

4. ด้านความสัมพันธ์กับแม่น้ำปิง พบว่า วิถีชีวิตของคนในชุมชนปัจจุบันมีความสัมพันธ์กับแม่น้ำปิงน้อยลง การดำเนินชีวิตประจำวันเกือบไม่มีการพึ่งพาและใช้ประโยชน์จากแม่น้ำปิงโดยตรง เพราะการทำการเกษตรมีน้อยมาก และน้ำที่ใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภค คือ น้ำบ่อตื้นและน้ำบรรจุขวด ดังนั้น แม้จะมีบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำปิงแต่ประชากรตัวอย่างส่วนหนึ่งไม่เคยสังเกตเห็นเลยว่าแม่น้ำปิงเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

5. การสำรวจสภาพทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม พบว่า พื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำปิงมีปัญหาหลายด้าน ได้แก่

•  ปัญหาน้ำใช้ในครัวเรือนเนื่องจากแหล่งน้ำใช้คือบ่อน้ำตื้นมีปริมาณน้ำลดลง
•  ปัญหาน้ำท่วมขัง เนื่องจากระบบท่อระบายน้ำมีไม่ทั่วถึง
•  ปัญหาการกำจัดขยะและน้ำเสีย
•  ปัญหาฝุ่นละอองและควันไฟจากการเผาขยะและวัสดุการเกษตร
•  ปัญหาตลิ่งพังเนื่องจากการกัดเซาะของแม่น้ำปิง
•  ปัญหาด้านความปลอดภัย เนื่องจากไฟฟ้าสาธารณะมีไม่ทั่วถึง
•  ปัญหาสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์ เนื่องจากพื้นที่ริมแม่น้ำปิงที่ได้รับการพัฒนาแล้วขาดการดูแลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เอกชนที่มีที่ดินริมแม่น้ำปิง ยังไม่มีส่วนร่วมในการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามน่าอยู่
•  ปัญหาการจัดการพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำปิง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของทางราชการ และมีข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ประกอบกับการถ่ายโอนอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการยังไม่ชัดเจน
•  ปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินริมแม่น้ำปิงระหว่างรัฐและเอกชนที่มีพื้นที่อยู่ริมลำน้ำ ทำให้เกิดการใช้พื้นที่ทำกิจกรรมทับซ้อนกัน

6.  ทัศนของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรือนเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ริมแม่น้ำปิง พบว่า ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรือนให้ความสำคัญในการบริหารจัดการพื้นที่ริมแม่น้ำปิงน้อยมากเนื่องจากเป็นพื้นที่ขนาดเล็กที่ทับซ้อนบนพื้นที่หลายหมู่บ้าน และไม่มีประเด็นปัญหาความเดือดร้อนที่ชัดเจนในพื้นที่ จึงไม่มีการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาและแผนพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำปิงเป็นการเฉพาะ

7.  ผู้นำชุมชน เห็นว่า แม่น้ำปิงมีบทบาทในวิถีชีวิตของประชาชนในตำบลบ้านเรือนน้อยมากเมื่อเทียบกับอดีต ชุมชนริมแม่น้ำปิงจึงไม่มีความสำคัญต่อการพัฒนา

8.  ความคิดเห็นของประชากรตัวอย่างเกี่ยวกับการพัฒนาริมแม่น้ำปิง พบว่า ส่วนใหญ่(ร้อยละ 85) เห็นว่า ควรปรับปรุงและพัฒนาภูมิทัศน์พื้นที่ตลอดแนวแม่น้ำปิง เพื่อให้เกิดความสวยงาม สะอาด น่าอยู่ รวมทั้งเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยควรมีกฎระเบียบในการดูแลและรักษาให้พื้นที่ริมแม่น้ำปิงคงความสวยงาม รวมทั้งเพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่และการทำลายสภาพแวดล้อม

9.  การวิเคราะห์ศักยภาพ โอกาส และข้อจำกัดในการพัฒนาของชุมชนริมแม่น้ำปิง พบดังนี้

•  จุดแข็ง(จุดเด่น)ของชุมชน

  1. •  อยู่ใกล้แหล่งโบราณสถานเวียงเกาะกลาง ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
  2. •  อยู่ติดแม่น้ำปิงซึ่งมีบรรยากาศที่สวยงามสามารถเหมาะสำหรับการพักผ่อนและนันทนาการ
  3. •  ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ส่วนหนึ่งเป็นดินตะกอนที่เกิดจากการทับถมของตะกอนแม่น้ำ ซึ่งเป็นดินร่วนปนทราย ปลูกพืชได้หลากหลาย ทั้งการทำนา ไม้ผล ไม้ดอก พืชผักสวนครัว เป็นต้น
  4. •  ประชาชนส่วนใหญ่มีพื้นที่ทำกินเป็นของตนเอง
  5. •  อยู่ในพื้นที่ชลประทาน มีฝายหนองสลิก สำหรับผันน้ำปิงเข้าสู่พื้นที่ทำการเกษตร ทำการเกษตรได้ทุกฤดูกาล
  6. •  พื้นที่ว่างมากเพียงพอสำหรับการขยายตัวของการใช้ที่ดินประเภทต่างๆ
  7. •  ราคาที่ดินยังไม่สูงมากนัก
  8. •  มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ คนยอง คนมอญ และคนพื้นเมือง ซึ่งสามารถดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกันได้
  9. •  ประชาชนมีฝีมือด้านงานหัตถกรรม เช่น ทอผ้า เย็บผ้า จักสานฯ

•  จุดอ่อน (ปัญหา)ของชุมชน

  1. แม่น้ำปิงมีสภาพตื้นเขิน สันดอนกลางน้ำมีหญ้าขึ้นรก
  2. พื้นที่ริมแม่น้ำปิงขาดการดูแลเอาใจใส่ มีหญ้าขึ้นรก มีสภาพไม่น่าดู
  3. ที่ตั้งอยู่ไกลจากตัวเมืองลำพูนและไม่มีป้ายบอกเส้นทาง
  4. ระบบน้ำประปายังไม่ได้มาตรฐาน
  5. ไม่มีระบบจัดเก็บขยะที่ถูกสุขลักษณะ
  6. ถนนในหมู่บ้านมีสภาพทรุดโทรม มีหญ้าขึ้นรกตามริมทาง
  7. ไฟกิ่งสาธารณะไม่เพียงพอ และบางดวงไม่สว่าง
  8. ไม่มีท่อระบายน้ำ และระบบบำบัดน้ำเสียจากครัวเรือน
  9. ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ
  10. มีปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ถือครองที่ดินริมแม่น้ำ
  11. มีข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้พื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำ
  12. มีปัญหาการเมืองภายในท้องถิ่นทำให้ประชาชนแบ่งเป็นกลุ่มและไม่ค่อยให้ความร่วมมือในกิจกรรมการพัฒนา
  13. มีประชากรสูงอายุจำนวนมากและมีแนวโน้มจะเป็นสังคม
  14. ผู้สูงอายุ
  15. ขาดแหล่งงานในพื้นที่ ประชาชนไม่มีแหล่งรายได้เสริม

•  โอกาสในการพัฒนาของชุมชน พิจารณาจากผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจาก แผนงานและโครงการพัฒนาต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ทำให้ทราบว่าโอกาสการพัฒนาพื้นที่ ด้านการท่องเที่ยวมีอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เนื่องจากจุดดึงดูดการท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลบ้านเรือนอยู่ที่แหล่งโบราณคดีเวียงเกาะกลางและชุมชนโดยรอบ อย่างไรก็ตาม การที่ชุมชนตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงทำให้มีบรรยากาศที่เหมาะสมแก่การพักผ่อน โดยหากพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เป็นชุมชนน่าอยู่ จะส่งผลให้เกิดแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมเวียงเกาะกลางแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนเพื่อชมวิถีชีวิตชุมชนเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความเชื่อมโยงต่อเนื่องกับแหล่งโบราณคดีเวียงเกาะกลาง

•  ข้อจำกัดในการพัฒนา พื้นที่ริมแม่น้ำส่วนใหญ่อยู่ในความครอบครองของกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ซึ่งมีข้อกำหนดในการใช้ประโยชน์เฉพาะเพื่อกิจการสาธารณะ ไม่สามารถนำมาใช้รองรับการขยายตัวของชุมชนได้ นอกจากนี้ ที่ดินบริเวณริมแม่น้ำปิงหลายแห่งมีกรณีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ครอบครอง ทำให้ไม่สามารถดำเนินงานพัฒนาใด ๆได้

 

(ข้อเสนอแนะ)

การพัฒนาชุมชนริมแม่น้ำปิง ควรมุ่งเน้นที่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนเป็นหลัก ส่วนการพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจะเป็นประเด็นรอง โดยมีวิสัยทัศน์ เป้าหมายและวัตถุประสงค์ และแผนการพัฒนาและบริหารจัดการชุมชนริมแม่น้ำปิง ดังนี้

1. วิสัยทัศน์ พัฒนาให้ชุมชนริมน้ำบ้านเรือนเป็นชุมชนน่าอยู่อย่างยั่งยืน มีความ สมดุลระหว่างการพัฒนาด้านกายภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยประชาชนมีส่วนร่วมในการกระบวนการพัฒนาทุกขั้นตอน

2. เป้าหมายและวัตถุประสงค์

  • เพื่อปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ชุมชน
  • เพื่อปรับปรุงสภาพบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในชุมชนขุนตาน
  • เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ริมแม่น้ำปิงและพื้นที่สาธารณะประโยชน์
  • เพื่อพัฒนาสิ่งบริการอำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนในชุมชนและกิจกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต
  • เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ
  • เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าที่ระลึกที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น
  • เพื่อแก้ไขปรับปรุงระบบการจัดการขยะและน้ำเสียชุมชน
  • เพื่อปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการในชุมชน

3.  แผนการพัฒนาชุมชนริมแม่น้ำปิง เพื่อให้การพัฒนาชุมชนริมแม่น้ำปิงบรรลุ วิสัยทัศน์ และวัตถุประสงค์ การจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำปิงจะเน้นที่การฟื้นฟูและปรับปรุงสภาพแวดล้อมชุมชนและสภาพภูมิทัศน์ริมแม่น้ำปิงเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเป็นชุมชนน่าอยู่ โดยให้ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ทั้งนี้ แผนพัฒนาที่จัดทำจะเป็นแผน เชิงบูรณาการที่ครอบคลุมทั้งด้านสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งประกอบด้วยแผนงานและโครงการพัฒนาด้านต่าง ๆ ดังนี้

แสดงแผนงานและโครงการพัฒนาด้านต่างๆ

แผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน

  • โครงการศึกษาเพื่อวางแผนการใช้ที่ดินชุมชนริมแม่น้ำปิง เพื่อใช้เป็นแผนชี้นำการขยายตัวของชุมชนที่มีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ 2518
  • โครงการออกเทศบัญญัติควบคุมการใช้ที่ดิน เพื่อควบคุมให้การใช้ที่ดินในชุมชนริมแม่น้ำปิงเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในลักษณะที่เหมาะสมสอดคล้องกับการเป็นชุมชนน่าอยู่ตามวิสัยทัศน์ที่กำหนด
  • โครงการออกแบบอาคารที่แสดงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นต้นแบบการปลูกสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้าง ที่แสดงเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของอาคารในตำบลบ้านเรือนและเวียงเกาะกลาง ทั้งที่จะเกิดใหม่และดัดแปลงแก้ไขอาคารเดิม
  • โครงการออกเทศบัญญัติควบคุมอาคารและสิ่งก่อสร้าง เพื่อควบคุมอาคารและสิ่งก่อสร้างให้เป็นไปโดยสอดคล้องกับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนและไม่ขัดต่อสภาพภูมิทัศน์ชุมชนน่าอยู่

แผนการปรับปรุงและพัฒนาภูมิทัศน์ริมแม่น้ำปิง

  • โครงการสภาพปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งพังหลังโรงเรียนบ้านหนองดู่
  • โครงการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งพังบ้านศรีชุม
  • โครงการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งพังหลังโรงเรียนบ้านเจดีย์สามยอด
  • โครงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์ริมแม่น้ำปิงตลอดแนวลำน้ำในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรือน
  • โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะพื้นที่ริมตลิ่งร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเอกชนทีมีที่ดินริมแม่น้ำปิง


แผนการปรับปรุงสิ่งบริการและอำนวยความสะดวก

  • โครงการก่อสร้างทางเท้าริมถนนสายท่าลี่-สบทา
  • โครงการปรับปรุงและจัดทำทางเดินเท้าเลียบแม่น้ำปิง
  • โครงการจัดระบบการจราจรบริเวณสะพานเชื่อมตำบลบ้านเรือนกับตำบลท่าวังพร้าวและจัดทำป้ายแสดงสัญลักษณ์จราจร
  • โครงการติดตั้งไฟฟ้าสาธารณะ(ไฟกิ่ง)
  • โครงการออกแบบและติดตั้งป้ายชื่อถนนและสถานที่สำคัญในชุมชน
  • โครงการออกแบบและติดตั้งป้ายแสดงตำแหน่งสถานที่สำคัญและสิ่งบริการอำนวยความสะดวกในชุมชน
  • โครงการออกแบบและจัดทำที่นั่งพักบริเวณทางเดินเท้าเลียบริมแม่น้ำปิง

แผนการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ

  • โครงการป้องกันการกัดเซาะตลิ่งด้วยเขื่อนธรรมชาติโดยการปลูกพรรณไม้ยึดตลิ่ง เช่น แฝก ไทร ฯ
  • โครงการจัดทำระบบประปาหมู่บ้าน
  • โครงการออกแบบและจัดวางระบบรวบรวมน้ำฝนและน้ำทิ้งจากครัวเรือน
  • โครงการออกข้อบัญญัติห้ามประชาชนระบายน้ำทิ้งจากครัวเรือนและพื้นที่เกษตรลงแหล่งน้ำสาธารณะและแม่น้ำปิง

แผนการจัดการของเสียและมลภาวะ

  • โครงการศึกษาเพื่อหาพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับใช้เป็นศูนย์กำจัดขยะครบวงจรโดยองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรือน ดำเนินการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้เคียง
  • โครงการแยกขยะเพื่อลดโลกร้อนและป้องกันมลพิษ
  • โครงการจัดทำปุ๋ยหมักจากวัชพืชและขยะอินทรีย์
  • โครงการหยุดเผาในที่โล่งเพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศ
  • โครงการจัดทำบ่อดักไขมันในครัวเรือนเพื่อลดปัญหาน้ำเสีย
  • โครงการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียแบบบำบัดโดยธรรมชาติโดยจัดทำบ่อพักน้ำเสียประจำกลุ่มบ้านและปลูกพืชที่ช่วยบำบัดน้ำเสีย เช่น กก แฝก ธูปฤาษี จอก แหน บัว ฯ ก่อนที่จะระบายลงสู่แม่น้ำปิง

แผนการอนุรักษ์และฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรม

  • โครงการรวบรวมข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนและจัดทำคลังข้อมูลองถิ่น
  • โครงการสืบค้นและฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • โครงการสืบค้นและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • โครงการสนับสนุนการอนุรักษ์บ้านเก่าเรือนท้องถิ่น
  • โครงการอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่นทั้งผู้สูงอายุและเยาวชน
  • โครงการฟื้นฟูวิถีชีวิตตามวัฒนธรรมล้านนา เพื่อสนับสนุนโครงการชุมชนต้นแบบวัฒนธรรมล้านนาและสร้างต้นทุนการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของชุมชน

แผนการสร้างงานและรายได้

  • โครงการผลิตสินค้าท้องถิ่นโดยสนับสนุนทางวิชาการและเทคโนโลยีการผลิตสินค้า จากผลผลิตการเกษตรหรือสินค้าหัตถกรรมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • โครงการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ เช่น มัคคุเทศก์ท้องถิ่น การผลิตสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวชุมชน

4. การบริหารจัดการโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน เพื่อให้การพัฒนาชุมชนริมแม่น้ำปิงบรรลุผลตามวัตถุประสงค์และเกิดความยั่งยืน จำเป็นต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี และการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน ซึ่งกลไกสำคัญที่จะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา คือ การสร้างความเป็นเจ้าของชุมชนและการกระจายผลประโยชน์ โดยดำเนินการในรูปแบบของการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อร่วมทำหน้าที่บริหารจัดการ ดังนี้

1) จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาชุมชนริมแม่น้ำปิง ประกอบด้วยผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรือน ตัวแทนประชาชนกลุ่มบ้านต่าง ๆ ตัวแทนผู้สูงอายุ และตัวแทนเยาวชน โดยกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ให้ข้อมูล ข้อคิดเห็น เสนอแนะ วางแผน กำกับดูแล และ ติดตามประเมินผลการดำเนิน งานโครงการพัฒนาต่างๆ ในพื้นที่
2) เผยแพร่แผนการใช้ที่ดิน และแผนพัฒนาพื้นที่ให้ประชาชนในชุมชนทราบอย่างทั่วถึง เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงาน
3) ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ด้านกฎหมายเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ริมน้ำและพื้นที่สาธารณะ กฎหมายสิ่งแวดล้อม ฯ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจอย่างถูกต้อง เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในการดูแลและป้องกันปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อม
4) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เจ้าของที่ดินริมแม่น้ำปิงร่วมรักษาสภาพแวดล้อมและปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ เพื่อร่วมสร้างชุมชนน่าอยู่
5) ให้รางวัลหรือประกาศชมเชย ประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการสร้างชุมชนให้น่าอยู่ น่าท่องเที่ยว
6) สนับสนุนงบประมาณบางส่วน หรือจัดหาวัสดุก่อสร้างราคาพิเศษให้แก่ประชาชนและหน่วยงานที่ต้องการปรับปรุงอาคารสิ่งก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบวัฒนธรรมท้องถิ่น
7) จัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับประชาชนที่ต้องการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังในเขตพื้นที่ของตนเอง
8) ทำความเข้าใจกับเจ้าของที่ดิน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวเขตพื้นที่งอก
9) จัดตั้งกรรมการบริหาร พื้นที่งอกและที่ดินสาธารณะภายในชุมชน โดยกำหนดแผนการพัฒนา กำหนดการใช้ประโยชน์และกำหนดบทลงโทษ
10) กำหนดวันพัฒนาชุมชนประจำปี เพื่อร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงชุมชนให้น่าอยู่
11) มอบหมายพื้นที่สาธารณะให้แต่ละกลุ่มบ้านช่วยกันดูแลรักษาสภาพแวดล้อม โดยให้อำนาจในการกำหนดบทลงโทษผู้ที่เข้ามาทำลายสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่ดูแล
12) จัดตั้งกรรมการร่วมระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่สองฝั่งแม่น้ำปิงเพื่อประสานการพัฒนาและการทำประโยชน์จากแม่น้ำปิง