ข้อมูลแต่ละจังหวัด

 

จังหวัดเชียงใหม่

http://bondezcom.multiply.com/photos/album/35/35#photo=11


     เมืองเชียงใหม่ มีชื่อที่ปรากฏในตำนานว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" เป็นราชธานีของอาณาจักรล้านนาไทย มาตั้งแต่พระยามังรายได้ทรงสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 1839 ซึ่งมี อายุครบ 710 ปี ในปี พ.ศ.2549 และเมืองเชียงใหม่ ได้มีวิวัฒนาการสืบเนื่องกันมาในประวัติศาสตร์ตลอดมา เชียงใหม่มีฐานะเป็นนครหลวงอิสระ ปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์มังราย ประมาณ 261 ปี (ระหว่าง พ.ศ. 1839-2100) ในปี พ.ศ.2101 เชียงใหม่ได้เสียเอกราชให้แก่กษัตริย์พม่า ชื่อบุเรงนอง และได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่านานร่วมสองร้อยปี จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงช่วยเหลือล้านนาไทยภายใต้การนำของ พระยากาวิละและพระยาจ่าบ้าน ในการทำสงครามขับไล่พม่าออกไปจากเชียงใหม่ และเมืองเชียงแสนได้สำเร็จ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สถาปนาพระยากาวิละเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ ในฐานะเมืองประเทศราชของกรุงเทพมหานคร และมีเชื้อสายของพระยากาวิละ ซึ่งเรียกว่า ตระกูลเจ้าเจ็ดตน ปกครองเมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูนและลำปางสืบต่อมา จนกระทั่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ได้โปรดให้ปฏิรูปการปกครอง หัวเมืองประเทศราช ได้ยกเลิกการมีเมืองประเทศราชในภาคเหนือ จัดตั้งการปกครองแบบ มณฑลเทศาภิบาล เรียกว่า มณฑลพายัพ และเมื่อปี พ.ศ. 2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ปรับปรุงการปกครอง เป็นแบบจังหวัดเชียงใหม่จึงมีฐานะเป็นจังหวัดจนถึงปัจจุบัน

     ที่ตั้งและอาณาเขต
     จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศไทย ตรงประมาณเส้นรุ้ง 16 องศาเหนือ และเส้นแวงประมาณ 99 องศาตะวันออก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,027 ฟุต (310 ม.) ส่วนกว้างที่สุดจากตะวันตกจดตะวันออก ประมาณ 138 กิโลเมตร ส่วนยาวที่สุดจากเหนือถึงใต้ประมาณ 320 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 20,107 ตารางกิโลเมตร อาณาเขตการแบ่งการปกครองออกเป็น 24 อำเภอ พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ส่วนใหญ่ เป็นป่าละเมาะและภูเขา มีที่ราบอยู่ตอนกลาง ตามสองฟากฝั่งแม่น้ำปิง มีภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ "ดอยอินทนนท์" สูงประมาณ 2,599 เมตร อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง และแม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวเมืองไปทาง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 100 กิโลเมตร
     ทิศเหนือ ติดต่อกับรัฐฉานของสหภาพพม่า โดยมีดอยผีปันน้ำของดอยคำ ดอยปกกลา
ดอยหลักแต่ง ดอยถ้ำป่อง ดอยถ้วย ดอยผาวอก และดอยอ่างขางอันเป็นส่วน หนึ่งของทิวเขาแดนลาว เป็นเส้นกั้นอาณาเขต
     ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสามเงา อำเภอแม่ระมาด และอำเภอท่าสองยาง (จังหวัดตาก)
     ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอแม่จัน อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า (จังหวัดเชียงราย) อำเภอเมืองปาน อำเภอเมืองลำปาง (จังหวัดลำปาง) อำเภอ
บ้านธิ อำเภอเมืองลำพูน อำเภอป่าซาง อำเภอเวียงหนองล่อง อำเภอบ้านโฮ่ง
และอำเภอลี้ (จังหวัดลำพูน)
     ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอปาย อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอขุนยวม อำเภอแม่ลาน้อย
อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย (จังหวัดแม่ฮ่องสอน)

     ลักษณะภูมิประเทศ

     โดยทั่วไปมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและป่าละเมาะ มีที่ราบอยู่ตอนกลางตามสองฟาก ฝั่งแม่น้ำปิง มีภูเขาสูงที่สุดในประเทศไทย คือ "ดอยอินทนนท์" สูงประมาณ 2,565 เมตร อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง นอกจากนี้ยังมีดอยอื่นๆ ที่มี ความสูงรองลงมาอีกหลายแห่ง เช่น ดอยฟ้าห่มปก สูง 2,297 เมตร ดอยหลวงเชียงดาว สูง 2,195 ดอยสุเทพ สูง 1,678 เมตร สภาพพื้นที่แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ พื้นที่ภูเขา ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศเหนือและทิศตะวันตกของจังหวัด คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 80% ของพื้นที่จังหวัด เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร ไม่เหมาะต่อการเพาะปลูกพื้นที่ราบลุ่มน้ำและที่ราบเชิงเขา กระจายอยู่ทั่วไประหว่างหุบเขาทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้อันได้แก่ ที่ราบลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำฝาง และลุ่มน้ำแม่งัด เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเกษตร

     การคมนาคมและขนส่ง
     จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองหลักของภาคเหนือ และเป็นศูนย์กลางการพาณิชย์อุตสาหกรรม และการคมนาคมจึงมีเส้นทางคมนาคมหลักทั้งทางรถยนต์ รถไฟและทางอากาศ มีทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงจังหวัด และเส้นทางมาตรฐานหลายสายทำให้การเดินทางติดต่อภายในจังหวัด การเดินทางสู่จังหวัดใกล้เคียงและกรุงเทพฯ เป็นไปโดยสะดวก และนอกไปจากนี้จังหวัดเชียงใหม่ ยังมีสถานที่ ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงาม สถานที่ท่องเที่ยวด้าน วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีศาสนสถานวัด และอาคารที่มีคุณค่าทาง สถาปัตยกรรม ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ที่แวะมาเยี่ยมเยือน ณ จังหวัดเชียงใหม่

     1. ทางถนน จังหวัดเชียงใหม่มีระบบคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงn ตั้งแต่ระดับภูมิภาคระดับจังหวัด และภายในท้องถิ่น ดังนี้

     เส้นทางคมนาคมระหว่างภูมิภาค (กรุงเทพฯ) เดินทางโดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ผ่านจังหวัดลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง อยุธยา และเชื่อมต่อกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เข้าสู่จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร รวมระยะทางประมาณ 695 กิโลเมตร
     ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 106 (แยกทางหลวงหมายเลข 1 (เถิน) - ต่อเขตเทศบาลนครเชียงใหม่) เป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร มีแนวเส้นทางเริ่มจากทางแยกถนนพหลโยธิน (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1) อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ผ่านอำเภอลี้ อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอเวียงหนองล่อง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และตัดเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ สิ้นสุดที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางนี้เป็นเส้นทางลัดจากถนนพหลโยธิน ที่สามารถเชื่อมต่อไป
ยังสถานที่สำคัญ เช่น อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติออบหลวง โดยไม่ต้องผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ไม่เป็นที่นิยมนักเนื่องจากช่วงอำเภอเถิน ถึงอำเภอลี้ (รอยต่อระหว่างจังหวัดลำปางและจังหวัดลำพูน) เป็นทางแคบ ตัดขึ้นภูเขาสูง และคดเคี้ยวมาก จึงไม่เหมาะในการสัญจรในเวลากลางคืน

     เส้นทางคมนาคมระหว่างจังหวัด
     1) ติดต่อกับจังหวัดลำพูน ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร (ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ลำปาง – เชียงใหม่) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 106 ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร
     2) ติดต่อกับจังหวัดลำปาง โดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร และจากจังหวัดลำปางสามารถติดต่อกับจังหวัดพะเยา และเชียงราย โดยอาศัยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1
     3) ติดต่อกับจังหวัดเชียงราย จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านดอยสะเก็ด แม่ขะจาน เวียงป่าเป้าเข้าสู่เชียงราย รวมระยะทาง กิโลเมตร และสามารถเดินทางไปยังจังหวัดพะเยา โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 120 แยกขวามือบริเวณบ้านแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
     4) ติดต่อกับจังหวัดแพร่และน่าน โดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ผ่านจังหวัดลำปาง ถึงอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ และเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 สู่จังหวัดแพร่และน่าน
     5) ติดต่อกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 บริเวณอำเภอแม่แตง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 ผ่านอำเภอปาย อำเภอปางมะผ้า และเข้าสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน หรืออาจใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 เชียงใหม่ – แม่สะเรียง

     เส้นทางคมนาคมระหว่างอำเภอเมืองเชียงใหม่กับอำเภออื่นๆ
     1) จากอำเภอเมืองเชียงใหม่เดินทางไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11หรือ 106 ลงไปทางใต้ถึงอำเภอสารภี ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร
     2) จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ ขึ้นไปทางเหนือใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 ผ่านอำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง อำเภอเชียงดาว อำเภอไชยปราการ อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และจากอำเภอฝาง สามารถเดินทางไปจังหวัดเชียงราย โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 109
     3) จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 ถึงอำเภอเชียงดาว และใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1178 บริเวณแยกเมืองงาย และแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1322 สู่อำเภอเวียงแหง
     4) จากอำเภอเมืองลำพูนไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 118 ไปทางตะวันออก สู่อำเภอสันทราย อำเภอดอยสะเก็ด
     5) จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 และแยกซ้ายมือบริเวณแยกหนองประทีป เข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1006 สู่อำเภอสันกำแพง และอำเภอแม่ออน

     ระบบโดยสารสาธารณะ มีรถโดยสารสาธารณะให้บริการเชื่อมโยงจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆและระหว่างอำเภอต่างๆ ภายในจังหวัด มีสถานีขนส่งผู้โดยสาร 2 แห่ง คือ สถานีขนส่งเชียงใหม่ (อาเขต) และสถานีขนส่งช้างเผือก มีคิวรถระหว่างอำเภออยู่บริเวณใกล้ตลาดสด และบริเวณถนนสายสำคัญ เช่น ท่ารถสองแถวเชียงใหม่ – ลำพูน บริเวณริมแม่น้ำปิง ถนนเชียงใหม่ – ลำพูน ท่ารถสันกำแพง ท่ารถสะเมิง บริเวณตลาดวโรรส
เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริการรถโดยสารสาธารณะประเภทรถเมล์ (รถบัสขนาดเล็ก) ให้บริการภายในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ และมีบางส่วนให้บริการระหว่างอำเภอ เช่น รถโดยสารเชียงใหม่ – ท่าตอน เป็นต้น

     รถโดยสารสาธารณะที่ให้บริการระหว่างอำเภอ เป็นรูปแบบรถสองแถวเล็กให้บริการ จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปยังอำเภอรอบนอก มีจุดจอดรถรอผู้โดยสาร แต่ไม่มีจุดจอดรับส่งผู้โดยสารระหว่างทาง บางครั้งก่อให้เกิดปัญหาจราจรขึ้น


     2. ทางรถไฟ สถานีรถไฟเชียงใหม่ เป็นสถานีปลายทางของทางรถไฟสายเหนือ ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญเมือง ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ บนเนื้อที่ทั้งหมด 119 ไร่ ระยะทางจากกรุงเทพถึงสถานีเชียงใหม่ คือ 751 กิโลเมตร มีขบวนรถที่เดินทางขึ้น – ล่อง ผ่านสถานีรถไฟต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายของการเดินทางด้วยรถไฟสายเหนือ มีขบวนรถไฟโดยสารจำนวน 16 ขบวน ดังนี้



     3. ทางน้ำ ในอดีตการคมนาคมทางน้ำที่สำคัญคือ แม่น้ำปิง ที่ใช้เป็นเส้นทางสัญจรในการไปมาหาสู่กัน รวมถึงใช้เป็นเส้นทางในการค้าขายกับเมืองที่ตั้งอยู่ริมลำน้ำปิง ลงไปถึงปากน้ำโพ และกรุงเทพ แต่ปัจจุบันเนื่องจากการคมนาคมทางบก และทางอากาศมีความสะดวก และมีความรวดเร็วขึ้น ทำให้การคมนามคนขนส่งทางน้ำค่อยๆ หายไป เหลือไว้แต่การท่องเที่ยวทางน้ำ เช่น การล่องเรือหางแมงป่องในลำน้ำปิง

     4. ทางอากาศ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ หรือ สนามบินเชียงใหม่ (Chiang Mai International Airport) ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง และอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 4 กิโลเมตร ท่าอากาศยานเชียงใหม่เป็น 1 ใน 5 ท่าอากาศยานนานาชาติที่ดำเนินงานโดย บริษัท
ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน และมีเที่ยวบินเข้าออกหนาแน่นเป็นลำดับที่ 3 รองจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศในภูมิภาค
จากวิสัยทัศน์ของกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาสนามบินเชียงใหม่ ให้เป็นศูนย์กลางการบิน เพื่อสนับสนุนการเป็นฐานและประตูด้านการค้า โครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) และเอเชียใต้ (BIMSTEC) ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน


     เศรษฐกิจ
     จังหวัดเชียงใหม่ (พ.ศ. 2550) มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) 120,972 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือ แบ่งออกเป็น ภาคเกษตร 20,052 ล้านบาทและนอกภาคการเกษตร 100,921 ล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสาขาพืชผล ปศุสัตว์ และป่าไม้ รองลงมาได้แก่ การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน มีรายได้ประชากรต่อหัวเฉลี่ย 76,388 บาทต่อคนต่อปี อยู่อันดับที่ 3 ของภาคเหนือ รองจากจังหวัดลำพูน และกำแพงเพชร อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดขยายตัวร้อยละ 3.36 ในปี พ.ศ. 2550 และคาดว่าจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากปัญหาทางการเมือง ระดับราคาน้ำมันที่สูง แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ ส่วนรายได้ของประชากรในเขตชนบทเฉลี่ย 40,987 บาทต่อคนต่อปี (ข้อมูล จปฐ. พ.ศ. 2551) โดยอำเภอที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำที่สุดคือ อำเภออมก๋อย และอำเภอที่มีรายได้เฉลี่ยสูงสุดคือ อำเภอสันกำแพง

     1) การเกษตร จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ถือครองการเกษตรจำนวน 1.685 ล้านไร่ (ร้อยละ 13.4 ของพื้นที่จังหวัด) เป็นพื้นที่ที่ได้รับน้ำจากชลประทาน 1.304 ล้านไร่ พืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ได้แก่ ลำไย ข้าว ส้ม กระเทียม มะม่วง
     2) การอุตสาหกรรม จังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนโรงงาน 2,251 แห่ง เงินลงทุน 25,048 ล้านบาท แรงงาน 40,841 คน มีอุตสาหกรรมที่สำคัญ 4 ประเภทได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมขนส่ง และอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีจำนวน 16 โครงการ (พ.ศ. 2551)
การลงทุนจากต่างประเทศผ่าน BOI ภาคเหนือ โดยประเทศที่มีการลงทุนในจังหวัดเชียงใหม่สูงสุด ได้แก่ ประเทศเดนมาร์ก ออสเตรเลีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเนเธอร์แลนด์ ตามลำดับ
     3) การท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงาม โดยในปี พ.ศ. 2549 มีจำนวนนักท่องเที่ยว 5,590,326 คน มีรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวน 39,785 ล้านบาท อยู่ในอันดับที่ 4 ของประเทศรองจากจังหวัดกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และชลบุรี
     4) การค้าและบริการ มูลค่าการส่งออกผ่านด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2552 มีมูลค่า 4,305.43 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันในปีก่อน ลดลงทั้งปริมาณการส่งออกและราคาสินค้า สาเหตุหลักมาจาก ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น การแข่งขันด้านราคาสินค้าของประเทศจีน เวียดนาม ที่ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า

 
8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน
    แสดงทั้งหมด
 
ผู้ดูแล
Support with IE8 Support with Firefox 3.5 Support with Safari 4.0 Support with Chrome 3.0
ใช้เวลาโหลดหน้านี้ 0.004 วินาที
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการขนส่งสาธารณะใน ๘ จังหวัดภาคเหนือ
กลุ่มท้องถิ่นและภูมิภาคศึกษา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ : 053942568 โทรสาร : 053942572 E-Mail : srilocalcmu@gmail.com