ข่าวสารขนส่งสาธารณะ

 

ลอจิสติกส์และห่วงโซ่แห่งการผลิตน้ำ

ลอจิสติกส์และห่วงโซ่แห่งการผลิตน้ำ

     เมื่อเอ่ยคำว่า ลอจิสติกส์ ( Logistics ) ใครๆก็คงเคยได้ยิน ได้ฟังมาบ้าง เพราะคำว่า ลอจิสติกส์ นี้ได้ถูกบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์หนึ่งที่สำคัญของรัฐบาล บางคนอาจเคยเห็นคำว่าลอจิสติกส์ติดอยู่ตามข้างรถขนส่งสินค้า แต่คนส่วนใหญ่มักจะให้ความสนใจความหมายของคำว่า ลอจิสติกส์เพียงเรื่องของการ ขนส่งลำเลียงสินค้าหรือบริการจากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่งอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ด้วยต้นทุนในการขนส่งลำเลียง และกระจายสินค้าหรือบริการสู่ผู้บริโภคหรือรับ บริการที่พยายามให้ต่ำที่สุด


     แต่คำว่า ลอจิสติกส์ นั้น มีผู้รู้ให้คำนิยามไว้มากมาย Council of Logistics Management ให้นิยามไว้ว่า เป็นกระบวนการในการวางแผน การนำเสนอ และการควบคุมการไหลที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และการเก็บสินค้าบริการ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากจุดเริ่มต้นในการผลิต ไปสู่จุดสุดท้ายของการบริโภค เพื่อวัตถุประสงค์ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งคำนิยามนี้จะรวมถึงการเคลื่อนย้ายทั้งภายในและภายนอก และการที่สินค้าถูกส่งกลับคืน องค์ประกอบที่สำคัญของระบบลอจิสติกส์ คือ การสื่อสาร และการดำเนินงานที่ประสานกัน ส่วนคำว่า โซ่อุปทาน ( Supply chain ) นั้น Jones and Riley (1985 ) ให้คำนิยามไว้ว่าเป็นการวางแผน และการควบคุมการไหลของวัตถุดิบทั้งหมดจากผู้ จัดส่งวัตถุดิบ ( Supplier ) ไปยังผู้ผลิตและผู้กระจายสินค้า ไปยังผู้บริโภค ( ดร.วิทยา สุหฤทดำรง , 2546)



     กิจกรรมที่เกิดขึ้นในโซ่อุปทาน มี 2 ส่วนคือ ส่วนแรกเป็นกิจกรรมการแปลงสภาพ ซึ่งหมายถึงกิจกรรมที่ทำให้วัสดุ หรือวัตุดิบ มีสภาพแตกต่างไปจากเดิม กิจกรรมการแปลงสภาพนี้เรียกว่า การดำเนินการ หรือการผลิต เป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเพิ่มมูลค่ากับตัวสินค้า นอกจากนี้ยังมีความหมาย ครอบคลุมไปถึงกิจกรรมทางธุรกิจควบคู่ต่างๆด้วย เช่นการเงิน การตลาด การขาย การควบคุมคุณภาพ การบำรุงรักษาเครื่องจักร หรือการพัฒนาบุคคลากร เป็นต้น ส่วนที่สอง เป็นกิจกรรมลอจิสติกส์ ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มหลักๆคือ การขนส่ง การจัดซื้อ การขนถ่ายวัสดุภายในหน่วยงาน การจัดเก็บ และการเติมคำสั่งซื้อ กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดการเพิ่มมูลค่าในด้านสถานที่ที่เปลี่ยนไป ลอจิสติกส์จึงเป็นเสมือนเฟืองขับเคลื่อนโซ่อุปทาน ทำให้วัสดุไหลไปตลอดกระบวน การตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบไปจนถึงผู้บริโภค การดำเนินการทำหน้าที่สร้างหน้าที่ และคุณลักษณะที่ลูกค้าต้องการให้เกิดขึ้น ส่วนลอจิสติกส์ทำหน้าที่จัดสรรให้ปัจจัยต่างๆเข้าสู่การดำเนินการ และนำสินค้าไปส่งถึงยังลูกค้า โดยดัชนีชี้วัดผลการบริหารลอจิสติกส์และโซ่อุปทานได้แก่ อัตราการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ซึ่งสามารถจัดสรรทรัพยากรให้พอดีกับอัตราการใช้งานจริง, ระดับสินค้าคงคลัง, อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง, ค่าเฉลี่ยเวลานำการสั่ง, อัตราการส่งมอบตรงตามกำหนด, ต้นทุนลอจิสติกส์ คือต้นทุนด้านคลังสินค้า การขนส่ง และการเติมสินค้าตามคำสั่ง เป็นต้น การออกแบบระบบลอจิสติกส์ให้สามารถตอบสนอง ต่อความต้องการของลูกค้าได้สูงสุด ขณะที่มีต้นทุนต่ำสุด เป็นเป้าหมายของการบริหารลอจิสติกส์และโซ่อุปทาน เพื่อตัดสินใจเลือกทรัพยากร วิธีการหาต้นทุนการขนส่งต่ำที่สุดในการเลือกทำเลที่ตั้งทรัพยากร คือการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ และวิธีวิจัยการดำเนินงาน ( วิโรจน์, 2546 )
จากหลักการลอจิสติกส์และโซ่อุปทานข้างต้น เมื่อเราพิจารณาทรัพยากรน้ำให้เป็นวัตถุดิบ ที่ถูกป้อนเข้าสู่ระบบประปาเพื่อ ปรับปรุงคุณภาพ เพิ่มคุณค่า และขนส่งลำเลียงไปยังผู้ใช้น้ำหรือลูกค้า เป็นห่วงโซ่ความต้องการใช้ทรัพยากรน้ำ ทั้งในแง่ผู้ใช้น้ำ และผู้ผลิตน้ำประปา เราก็สามารถประยุกต์นำหลักการลอจิสติกส์และโซ่อุปทาน ( Logistics & Supply chain ) มาใช้ เพื่อให้เกิดการให้บริการที่สนองต่อความต้องการของผู้ใช้น้ำ อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทั่วถึง และมีต้นทุนในการขนส่งลำเลียงที่ต่ำ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (เช่น ระบบ SCADA หรือ ระบบโทรมาตรขนาดเล็ก) มาใช้ เพื่อหาจุดดำเนินการที่เหมาะสม คุ้มค่า และประหยัด ภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และความต้องการของผู้ใช้น้ำ



     เมื่อพิจารณาพื้นที่ในระดับตำบล จะพบว่าส่วนใหญ่มีระบบประปาหมู่บ้านอยู่แล้ว โดยที่ระบบประปาแต่ละหมู่บ้านจะมีศักยภาพ กำลังการผลิต และปริมาณความต้องการใช้น้ำแตกต่างกัน บางแห่งมีความต้องการใช้น้ำมากแต่กำลังการผลิต หรือแหล่งน้ำของระบบประปามี น้อย แต่บางแห่งกำลังการผลิตของระบบประปา และแหล่งน้ำมีมากกว่าปริมาณความต้องการใช้น้ำ และบางแห่งมีศักยภาพของแหล่งน้ำ แต่ระบบผลิตอยู่ในสภาพชำรุดไม่ได้ใช้ ประโยชน์ ทำให้เกิดความไม่สมดุลในการจัดสรรทรัพยากรน้ำ ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับบริการไม่ทั่วถึง ได้อย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ
แนวทางหนึ่งในการจัดวางระบบขน ส่งลำเลียงน้ำจากระบบประปาหมู่บ้าน ที่มีกำลังผลิตประปามากเกินกว่าความต้อง การใช้น้ำ ไปสู่ระบบประปาหมู่บ้านที่มีความต้องการซื้อน้ำ เนื่องจากขาดแคลนน้ำในช่วง เวลาหนึ่ง คือการจัดการให้ระบบประปาหมู่บ้านหลายๆแห่งในขอบเขตพื้นที่ 2-3 ตำบลขึ้นไป มีการจัดวางระบบท่อขนส่งลำเลียงน้ำเชื่อมโยงกัน เป็นเครือข่ายโดยมีจุดติด ตั้งถังเก็บพักน้ำที่มีระบบสูบจ่ายเพิ่มแรงดัน และรับน้ำเข้ามาแทนที่เป็น ระยะๆ และมีอุปกรณ์สื่อสารควบคุมอัตโนมัติ ที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายทั้งระบบเพื่อ ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงความต้องการใช้น้ำ ของระบบประปาหมู่บ้านแต่ละแห่ง ทำให้สามารถควบคุมการรับ-ส่งลำเลียงน้ำได้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ น้ำ ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ ในขณะที่กลไกการบริหารจัดการเป็นแบบกลไกการตลาด ที่กำหนดให้มีการซื้อขายน้ำ ดังนั้นผู้ซื้อ (ระบบประปาที่ขาดแคลนน้ำ) จะเกิดความต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายโดยการประหยัดการใช้น้ำ ในทำนองกลับกันผู้ขาย ( ระบบประปาที่มีกำลังผลิตเกินความต้องการ) ก็ยินดีที่จะผลิตน้ำที่มีคุณภาพในการให้บริการ และต้องการขยายการให้บริการ น้ำสะอาดออกไปให้มากที่สุด

กิตติ จุติวิโรจน์

http://water8.net/modules/AMS/article.php?storyid=52



ไฟล์ประกอบ :
article3_articlelogistix.doc

ปรับปรุงครั้งสุดท้าย :
4 มิ.ย. 2553 : 14:40

โดย : กิตติ จุติวิโรจน์

ผู้เข้าชม : 3321 ครั้ง

Bookmark and Share
 

ผู้ดูแล
Support with IE8 Support with Firefox 3.5 Support with Safari 4.0 Support with Chrome 3.0
ใช้เวลาโหลดหน้านี้ 0.096 วินาที
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการขนส่งสาธารณะใน ๘ จังหวัดภาคเหนือ
กลุ่มท้องถิ่นและภูมิภาคศึกษา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ : 053942568 โทรสาร : 053942572 E-Mail : srilocalcmu@gmail.com