ข่าวสารขนส่งสาธารณะ

 

แบบจำลองการเลือกรูปแบบการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ระหว่างเชียงใหม่และกรุงเทพมหานครโดยรวมตัวแปรแฝง : A Choice Model for Public Transport Modes Between Chiang Mai and Bangkok Incorporating Latent Variables.

โดย : ยุทธกิจ ครุธาโรจน์ วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

     งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบจำลองโลจิตแบบหลายทางเลือก (Multinomial Logit) ศึกษาพฤติกรรมการเลือกรูปแบบการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ (เครื่องบิน รถโดยสาร และรถไฟ) ระหว่างเมืองเชียงใหม่ กับกรุงเทพมหานครที่รวมตัวแปรแฝงทางจิตวิทยาคือ ความสะดวกและ ความสบายเข้าไว้ในแบบจำลอง เพื่อนำไปใช้ในการพยากรณ์พฤติกรรมการเลือก วิเคราะห์ปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อการเลือกรูปแบบการเดินทาง และประยุกต์ใช้ในการกำหนดนโยบายปรับปรุงการ ดำเนินงานแต่ละระบบขนส่งให้สามารถบริการได้ดียิ่งขึ้น ตามความต้องการของผู้โดยสาร

     ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษานี้เป็นข้อมูลการเดินทางของผู้โดยสาร (ไม่รวมชาวต่างประเทศ) ที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะจากเชียงใหม่ไปยังกรุงเทพมหานคร อาศัยหลักการเก็บตัวอย่าง แบบแบ่งประชากรออกตามทางเลือก (Choice-Based Sampling) ทำการสุ่มสัมภาษณ์ผู้โดยสารที่แต่ละสถานีขนส่ง (Terminal) ตามรูปแบบการเดินทางด้วยแบบสอบถามแบบ Revealed Preference ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ สามารถนำมาใช้พัฒนาและตรวจสอบความถูกต้องของแบบจำลองจำนวน 1,288 ชุด
ข้อมูลที่สอบถามประกอบด้วย (1) ลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจของผู้เดินทาง (2) ลักษณะการเดินทางและการเลือกใช้รูปแบบการเดินทาง และ (3) ข้อมูลแสดงทัศนคติความคิดเห็นทั่วไป ของผู้เดินทางในด้านความสะดวกและความสบาย (ประเมินระดับการรับรู้หรือความพอใจที่ได้ จากรูปแบบการเดินทางเป็นสเกล โดย 1 = น้อยที่สุด จนถึง 5 = มากที่สุด)

     จากผลการวิเคราะห์ปัจจัย (Factor Analysis – Data Reduction) พบว่า ดัชนีวัดที่มีความสัมพันธ์ กับปัจจัยความสะดวกได้แก่ ความง่ายในการหา/ต่อรถเข้าบ้านเมื่อถึงปลายทาง การตรงเวลาของรถตามตารางเวลา ความสามารถในการเลือกเวลาเดินทาง ความสะดวกในการเดินทางกับสัมภาระหรือเด็กเล็ก และความสะดวกในการซื้อตั๋ว/จองตั๋ว สำหรับดัชนีวัดที่อธิบายปัจจัยความสบายได้แก่ ความพอใจจากการปรับอากาศบนยานพาหนะ การมีที่นอน/ได้นอนบนยานพาหนะ ยานพาหนะมีที่นั่งกว้างพอสำหรับการโดยสาร ความสะอาดของยานพาหนะ และความรู้สึกความเป็นส่วนตัวในการเดินทาง มีวัตถุประสงค์เพื่อประมาณค่าคะแนนปัจจัย (Factor Score) แล้วนำไปเป็นตัวแปรในการพัฒนาแบบจำลองแฝง

     การพัฒนาแบบจำลองแฝงจากตัวแปรที่วัดค่าได้ โครงสร้างเป็นแบบพหุคูณเชิงเส้นอย่างง่าย โดยค่าปัจจัยแฝง (ความสะดวกและความสบาย) เป็นตัวแปรตาม แล้วทำการพัฒนาแบบจำลองด้วย วิธีการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้น พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อตัวแปรแฝงความสะดวก คือ จำนวน ผู้โดยสารที่เดินทางไปด้วยกัน การซื้อตั๋วได้นอกจากที่เทอมินอล การไม่ตรงเวลาของรถไฟ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อตัวแปรแฝงความสบาย คือ อายุของผู้เดินทาง เวลาในการเดินทาง จำนวนครั้งในการต่อ/
เปลี่ยนรถ และชั้นโดยสารที่เดินทาง แบบจำลองนี้มีวัตถุประสงค์ใช้หาค่าความสะดวกและความสบาย ที่ได้จากตัวแปรที่วัดค่าได้เพื่อการพยากรณ์ในอนาคต

     การพัฒนาแบบจำลองการเลือกรูปแบบการเดินทาง กำหนดโครงสร้างเป็นแบบจำลองโลจิตหลายทางเลือก ผลการพัฒนาแบบจำลองโลจิตตามวิธีปกติที่ไม่รวมตัวแปรแฝง พบว่า ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลือกรูปแบบการเดินทางมีดังนี้ (1) อายุ ผู้ที่มีอายุมากขึ้นมีความต้องการ
เดินทางกับรูปแบบการเดินทางที่มีความสะดวก และความสบายมากขึ้น (2) รายได้ของผู้เดินทาง ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยสูงมีศักยภาพในการเลือกใช้รูปแบบการเดินทางที่ดีกว่า สูงกว่าผู้มีรายได้เฉลี่ยต่ำ (3) ค่าโดยสารการเดินทาง ในการเดินทางระยะทางที่เท่ากันผู้เดินทาง จะเลือกใช้รูปแบบการเดินทางที่มีค่าโดยสารที่ถูกกว่า และ (4) ความสัมพันธ์ของค่าใช้จ่ายในการเดินทางกับระดับรายได้ของผู้เดินทาง (อิทธิพลของค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จะลดลงหากผู้เดินทางมีรายได้เพิ่มขึ้น) เป็นความสามารถในการจ่ายค่าโดยสารในการเดินทาง ผู้ที่มีกำลังซื้อน้อยกว่าก็จะมีศักยภาพ ในการจ่ายค่าโดยสารที่จำกัด และจะเลือกยานพาหนะที่ดีที่สุดในการเดินทาง ที่ยังสามารถจ่ายเงินได้ โดยมีค่า Likelihood ratio index (ρ 2 ) เท่ากับ 0.552 ให้เปอร์เซ็นต์ความถูกต้องร้อยละ 64.2 สำหรับการวิเคราะห์แบบจำลองโดยรวมตัวแปรแฝง พบว่า แบบจำลองที่รวมตัวแปรแฝง สามารถอธิบายพฤติกรรมการเลือกรูปแบบการเดินทาง และการพยากรณ์ได้ดีกว่าแบบจำลองทั่วไป และมีประสิทธิภาพในการพยากรณ์ของแบบโลจิต ให้ผลที่ดีขึ้น
มีค่าของ ρ 2 เท่ากับ 0.642 ให้เปอร์เซ็นต์ความถูกต้องร้อยละ 80.1

     แบบจำลองที่พัฒนาขึ้นได้มีการนำเสนอตัวอย่าง แนวทางการประยุกต์ใช้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงประโยชน์และขอบเขต การนำแบบจำลองไปใช้ในงานจริง โดยพิจารณาแบ่งออกเป็น 4 กรณีศึกษา คือ (1) การเปลี่ยนแปลงรายได้ของผู้เดินทาง พบว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้ทุกๆ ร้อยละ 5 ทำให้ผู้โดยสารหันมาใช้บริการเครื่องบินเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.36 จากสัดส่วนเดิม และการลดลงของรายได้ทุกๆ ร้อยละ 5จะทำให้ผู้โดยสารหันมาใช้บริการรถโดยสารประจำทาง และรถไฟเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 1.50 จาก
สัดส่วนเดิม (2) การเปลี่ยนแปลงของราคาค่าโดยสารของเครื่องบิน พบว่า เมื่อระดับราคาค่าโดยสารของเครื่องบินมากกว่า 2,800 บาท สัดส่วนผู้โดยสารจะลดน้อยลงมากกว่าร้อยละ 4.26 จากสัดส่วนเดิม ผู้เดินทางจะหันไปใช้บริการของรถโดยสารประจำทางและรถไฟ ในทางกลับกันถ้าค่าโดยสารเครื่องบิน สายการบินต่างๆ กำหนดราคาที่ 1,200 บาท สามารถดึงดูดผู้มาใช้บริการจากรถโดยสารประจำทาง และรถไฟได้เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 3.52 จากสัดส่วนเดิม (3) การเพิ่มความสะดวกในการซื้อตั๋วนอก
สถานีของรถไฟ และรถโดยสารประจำทางนั้น เมื่อการรถไฟฯ เพิ่มความสะดวกในการซื้อตั๋วรถไฟ สามารถดึงดูดผู้โดยสารให้หันมาใช้บริการได้เพิ่มมากขึ้นร้อยละ 4.57 จากสัดส่วนเดิม และถ้าผู้ประกอบการรถโดยสารเพิ่มความสะดวก ในการซื้อตั๋วรถโดยสาร จะทำให้ผู้โดยสารหันมาใช้บริการ
เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 7.37 จากสัดส่วนเดิม แต่ถ้าทั้งสองรูปแบบการเดินทางมีนโยบายนี้พร้อมกัน จะสามารถเพิ่มสัดส่วนการเดินทาง ทำให้สัดส่วนผู้โดยสารจากเครื่องบินลดลงถึงร้อยละ 8.83 จากสัดส่วน
เดิม และ (4) ถ้าการรถไฟฯ สามารถลดระยะเวลาในการเดินทางของผู้โดยสารให้เหลือเพียง 9 ชั่วโมง เท่ากับการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางแล้ว จะสามารถเพิ่มปริมาณผู้โดยสารได้มากถึงร้อยละ 2.54
จากสัดส่วนเดิม และถ้ามีระบบรถไฟความเร็วสูงที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 3 ชั่วโมง จะสามารถเพิ่มปริมาณผู้โดยสารได้ถึงร้อยละ 16.58 จากสัดส่วนเดิม


ปรับปรุงครั้งสุดท้าย :
12 ก.พ. 2553 : 15:42

โดย : ยุทธกิจ ครุธาโรจน์ วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผู้เข้าชม : 8700 ครั้ง

Bookmark and Share
 

     
    ผู้ดูแล
    Support with IE8 Support with Firefox 3.5 Support with Safari 4.0 Support with Chrome 3.0
    ใช้เวลาโหลดหน้านี้ 0.270 วินาที
    ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการขนส่งสาธารณะใน ๘ จังหวัดภาคเหนือ
    กลุ่มท้องถิ่นและภูมิภาคศึกษา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
    โทรศัพท์ : 053942568 โทรสาร : 053942572 E-Mail : srilocalcmu@gmail.com